วิธีการบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์เซรามิค
39 min
ภายใต้ Procedure:การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน P-PD-PM01
วันที่อัพเดท: (20/5/2563)
จัดทำโดย: คุณจตุรงค์ เอกมอญ / [email protected] อนุมัติโดย: คุณณรงค์ศักดิ์ สิทธิชยวงศ์ / [email protected]
ใครควรอ่านเอกสารฉบับนี้
พนง.วิศวกรรมซ่อมบำรุง และพนักงานฝ่ายผลิตที่รับผิดชอบในการบำรุงรักษาเครื่องจักร
ภาพแสดงเครื่องจักร

ภาพแสดงของเครื่องจักร
ภาพแสดงตำแหน่งของเครื่องจักรในแผนผังโรงงาน

ภาพแสดงตำแหน่งของเครื่องจักร
วิธีการตรวจเช็คและบำรุงรักษา

ขั้นตอนที่ 1
- การตรวจเช็คแรงดันไฟฟ้าขาเข้าเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 1.2
- ทำการบิดเบรกเกอร์เมนให้อยู่ในสถานะ ON

ขั้นตอนที่ 1.3
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 1=เฟส R และ ขั้วที่ 2 = เฟส S ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 380 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 3-4 %)

ขั้นตอนที่ 1.4
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 2=เฟส S และ ขั้วที่ 3 = เฟส T ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 380 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 3-4 %)

ขั้นตอนที่ 1.5
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 1=เฟส R และ ขั้วที่ 3 = เฟส T ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 380 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 3-4 %)

ขั้นตอนที่ 1.6
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 1=เฟส R และ ขั้วที่ 4 = Neutron ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 220 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 5 %)

ขั้นตอนที่ 1.7
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 2=เฟส S และ ขั้วที่ 4 = Neutron ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 220 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 5 %)

ขั้นตอนที่ 1.8
- นำเครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับตั้งค่าไปที่ย่าน วัดแรงดันไฟฟ้า ที่ 600 VAC. (ตามภาพแสดง) ใช้เข็มวัด วัดไปที่ ขั้วเข้าสายที่ 3=เฟส T และ ขั้วที่ 4 = Neutron ( ที่ด้านหลังขั้วเข้าสายของเบรกเกอร์เมน) แรงดันไฟฟ้าควรอยู่ ที่ 220 โวล์ ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 5 %)

ขั้นตอนที่ 2
- ตรวจเช็คแรงดันไฟฟ้าชุดคอนโทลเลอร์ของเครื่องจักร โดยใช้ เครื่องวัดมัลติมิเตอร์ ปรับย่านวัดค่าไปที่ 600 VAC. เพื่อทำการวัดค่าแรงดันไฟฟ้า ด้าน Output ของเบรกเกอร์ ชุดคอนโทลเลอร์ ( ตามภาพแสดง ) แรงดันไฟฟ้า ควรอยู่ที่ 220 VAC. ( ค่าแรงดันบวกได้ไม่เกิน 10 % ส่วนค่า ลบ ได้ไม่เกิน 5 %)

ขั้นตอนที่ 3
- การตรวจเช็คฟิวส์ชุดคอนโทลเลอร์ของเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 3.1
- ทำการใช้ เครื่องวัด มัลติมิเตอร์ ปรับย่านการใช้งานไปที่การวัดความต้านทาน(วัดโอมห์)แบบส่งเสียงโดยทำการใช้เข็มวัดวัดไปที่ขั้วบนและล่างของฟิวส์แต่ละชุด (ตามภาพแสดง) ในการตรวจเช็คฟิวส์ที่ปกติ จะมีเสียงดังและค่าความต้านทานต่ำ ถ้าเช็คแล้วไม่มีเสียงและไม่มีการตรวจเช็คค่าความต้านทางเจอแสดงว่าฟิวส์ขาด ให้ทำการเปลี่ยนทันที ( เมื่อมีการตรวจเช็ค ไม่ควรฟังเสียงเพียงอย่างเดียวให้ตรวจเช็คค่าที่หน้าจอด้วย ว่าค่าความต้านทานของฟิวส์แต่ละตัวไกล้เคียงกันหรือไม่ ถ้าค่าความต้านทานขึ้นสูง เป็นหน่วย 1.0 โอมห์ ขึ้นไป แสดงว่าชุดฟิวส์ชุดนั้นเริ่มมีอาการผิดปกติแล้ว เพราะค่าความต้านทานของฟิวส์ที่ดีควร อยู่ที่ 0.0-0.5 โอมห์ )

ขั้นตอนที่ 3.1.1
- วิธีการเปลียนลูกฟิวส์ เมื่อมีการตรวจเช็คฟิวส์แต่ละชุดแล้วตรวจพบว่าฟิวขาดหรือค่าที่ตรวจเช็คอยู่ในเณต์ที่ผิดปกติ ให้ทำการเปิดฝากระบอกฟิวส์ออกและนำลูกฟิว 5 แอมป์เปลี่ยนใส่เข้าใหม่พร้อมกับปิดฝาครวบกลับเข้าไปเหมือนเดิม

ขั้นตอนที่ 4
- การล่อลื่นชุดบอลสกรูขับเคลื่อนแกนหัวพิมพ์ทั้ง 2 ฝั่ง

ขั้นตอนที่ 4.1
- ใช้ประแจหกเหลี่ยม ถอดน๊อตฝาครอบบอลสกรู หัวท้ายทั้ง 2 ฝั่ง

ขั้นตอนที่ 4.2
- เมื่อถอดฝ่าครอบออกแล้วจะเห็นชุดบอลสกรู ให้นำผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดคราบจารบีเก่าและเศษฝุ่นที่เกาะติดอยู่ให้สะอาดและทำการนำจารบีขาวมาทาบอลสกรูบางให้ทั่วทั้งเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และทำการประกอบฝาครอบกลับไปให้เหมือนเดิม(ระยะเวลาในการทำการหล่อลื่น 3เดือน / 1 ครั้ง โดยใช้ จารบีขาวที่ใช้ ยี่ห้อที่ใช้ LUBRA SYSTEMS )

ขั้นตอนที่ 5
- ทำการหล่อลื่นชุดรางขับลีเนี่ยเคลื่อนหัวพิมพ์ชุดบนและชุดล่าง

ขั้นตอนที่ 5.1
- ใช้ประแจหกเหลี่ยม ถอดน๊อตฝาครอบทั้ง 6 ตัวออก

ขั้นตอนที่ 5.2
- ถอดน๊อตเสร็จและสไลน์ฝาครอบไปทางด้านขวา จะเห็น รางลีเนี่ยเคลื่อนหัวพิมพ์ชุดด้านบนและชุดด้านล่างจากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดคราบจารบะเก่าและเศษฝุ่นที่เกาะติดออกให้สะอาดจากนั้นทำการทางจารบีบางๆไปที่รางขับลีเนี่ยเคลื่อนหัวพิมพ์ทั้งชุดบนชุดล่างให้ทั่วทั้งเส้นและทำการประกอบฝาครอบกลับเข้าไปให้เหมือนเดิม

ขั้นตอนที่ 5.2.1
- เมื่อมีการทาจารบีที่ชุดรางขับลีเนี่ย ควรระมัดระวังไม่ให้จารบีไปแตะในส่วนของเส้นเอ็นโค๊ตเดอร์เด็ดขาดหรือมีการพบเห็นคราบจารบีหรือฝุ่นเกาะติดอยู่ให้เอาผ้าสะอาดเช็ดเบาๆให้สะอาดโดยอย่าให้เส้นที่บนเส้นเอ็นโค๊ตเดอร์จางออกเพราจะเกิดผลเสียต่อการใช้งานเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 6
- ทำการล่อลื่นชุลูกปืนตุ๊กตาของชุดขับเคลื่อนกระจกบนโต๊ะเครื่องพิมพ์ด้านหน้าและด้านหลัง

ขั้นตอนที่ 6.1
- ใช้เครื่องอัดจารบีอัดจารบีเข้าไปที่จุดอัดจารบีโดยใช้จารบีขาวอัดให้เต็มโดยสังเกตุที่ลูกปืนจารบีจะไหลออกมาแสดงว่าเต็มแล้ว และใช้ฝ้าเช็ดจารบีออกให้เรียบร้อยไม่ให้เลอะเทอะที่พื้นห้อง

ขั้นตอนที่ 7
- การตรวจเช็คระบบเว็คคั่มของเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 7.1
- วิธีการตรวจเช็คระบบเว็คคั่มโดยสังเกตค่าชุดดิจิตอลมิเตอร์ของชุดเว็คคั่มทั้ง 6 ชุดค่ามาตรฐานควรอยู่ระหว่าง 72-80

ขั้นตอนที่ 7.1.1
- การตรวจเช็ค, สาเหตุ และ การแก้ไขปัญหา โดยการตรวจเช็คสายระบบเว็คคั่มให้สังเกตว่าสายเว็คคั่ม(ตามภาพแสดง) ต้องไม่มีหมึกพิมพ์อยู่ในสาเด็ดขาดเพราะจะทำให้ระบบเว็คคั่มไม่สามารถทำงานได้ การแก้ไขถ้ามีหมึกพิมพ์อยู่ในสายเว็คคั่ม โดยการเช็คค่าที่ ชุดดิจิตอลมิเตอร์ของชุดเว็คคั่ม(หัวข้อที่ 7.1) ชุดที่สายเว็คคั่มมีหมึกอยู่ค่าของดิจดตอลมิเตอร์ชุดนั้นค่าอยู่ในเกณต์ปกติหรือไม่ ถ้าไม่ให้ปรับตั้งค่าชุดหัวปรับลมที่มีปัญหาอยู่ให้ค่าเว็คคั่มอยู่ในเกณต์ปกติและทำการทำความสะอาดสายเว็คคั่มที่มีหมึกอยู่ให้สะอาดและประกอบสายเข้าเพื่อแสตนบายการใช้งานของเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 8
- การตรวจเช็คและบำรุงรักษาชุดหัวพิมพ์

ขั้นตอนที่ 8.1
- ตรวจเช็คการทำงานของพัดลมระบายความร้อนทั้ง 4 ชุด ต้องทำงานตลอดเมือมีการเปิดการทำงานเครื่องพิมพ์

ขั้นตอนที่ 8.1.1
- ขั้นตอนการทำความสะอาดพัดลมระบายความร้อนโดยการเปิดฝาครอบหัวพิมพ์ และทำการปลดชุดสายไฟแหล่งจ่ายชุดพัดลมจากนั้นใช้ลมเป่าทำความสะอาดพัดลมระบายความร้อนให้สะอาดและต่อสายไฟเข้าตามเดิม

ขั้นตอนที่ 8.2
- ขั้นตอนตรวจเช็คเครื่องจักรเบื้องต้นของชุดระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ

ขั้นตอนที่ 8.2.1
- อุปกรณ์โซลีนอยด์วาล์วทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายหมึกไปยังหัวพิมพ์อุปกรณ์ชุดนี้ไม่สามาถกำหนดPart เวลาในการเปลี่ยนได้ ถ้าตรวจเช็คพบว่าชำรุดถอดออกมาล้างหรือเปลี่ยนใหม่ตามขั้นตอนดังกล่าว หมายเหตุ ถ้าอุปกรณ์ชำรุดจะไม่จ่ายหมึกไปยังหัวพิมพ์เพื่อทำการพิมพ์

ขั้นตอนที่ 8.2.2
- มินิปั้มจะทำหน้าที่ปั้มหมึกเข้าไปยังชุดโซลีนอยวาวล์อุปกรณ์ชุดนี้ไม่สามารถกำหนดPart เวลาในการเปลี่ยนได้ ถ้าตรวจเช็คพบว่าชำรุดถอดออกมาล้างหรือ เปลี่ยนใหม่ตามขั้นตอนดังกล่าว หมายเหตุ วิธีสังเกตุอาการเบื้องต้นคือปั้มหมึกไม่ขึ้นทดสอบไฟเข้าปกติ

ขั้นตอนที่ี 8.2.3
- เช็ค Stirrer หรือตัวปั่นสีในขวดหมึกต้องหมุนอยู่ตลอดเวลาทั้ง6ขวดโดยใช้ระบบแม่เหล็กทำการหมุนปั่นไม่ให้หมึกตกตะกอน

8.2.4 เช็คการทำงานของมอเตอร์กวนสี 2 ตัวที่ถังกวนหมึกตามภาพมอเตอร์จะต้องทำการปั่นสีอยู่ตลอดเวลาถ้าเมื่อใดมอเตอร์กวนสีหยุดเกิน 12 ชม.จะทำให้สีหรือหมึกเกาะเป็นก้อนและจะทำให้หัวพิมพ์ตันไม่สามารถพิมพ์งานได้
- เช็คการทำงานของมอเตอร์กวนสี 2 ตัวที่ถังกวนหมึกตามภาพมอเตอร์จะต้องทำการปั่นสีอยู่ตลอดเวลาถ้าเมื่อใดมอเตอร์กวนสีหยุดเกิน 12 ชม.จะทำให้สีหรือหมึกเกาะเป็นก้อนและจะทำให้หัวพิมพ์ตันไม่สามารถพิมพ์งานได้

ขั้นตอนที่ 9
- การตรวจเช็คระบบชุดปาดหมึกของหัวพิมพ์

ขั้นตอนที่ 9.1
- ตรวจเช็คระบบเซนเซอร์ลีดสวิทซ์การทำงานทั้งหมดตามชุดกระบอกลมต่างๆต้องติดและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 10
- ตรวจเช็คการรั่วซึมระบบลมของเครื่องจักร ตามสายลมและข้อต่อสายลมให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 11
- การตรวจเช็คค่าลมเข้าเครื่องพิมพ์

ขั้นตอนที่ 11.1
- ตรวจเช็คค่าแรงดันเข้าเครื่องที่ออกมาจากระบบทำลมแห้ง(แอร์ไดเออร์) ต้องอยู่ที่ 6-7บาร์ ห้ามต่ำกว่า 6 บาร์ (ตามภาพแรงดันอยู่ที่ 7 บาร์) ถ้าแรงต่ำกว่า 6 บาร์จะมีผลต่อเครื่องจักรที่ไม่สามารถใช้งานได้

ขั้นตอนที่ 12
- การเปลี่ยนไส้กรองต่าง ๆ ของระบบแอร์ไดเออร์และเมนลมของเครื่องจักร(ทำขณะเครื่องจักหยุดทำงาน)

ขั้นตอนที่ 12.1
- ปิดระบบเมนลมเข้าระบบเครื่องจักรโดยใช้มือเปล่าบิดปิดชุดเมนวาล์วลมเข้าระบบแอร์ไดเออร์และเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 12.2
- ปิดระบบแอร์ไดเออร์โดยใช้มือบิดชุดสวิทซ์ไปทางซ้ายเพื่อหยุดการทำงานของแอร์ไดเออร์

ขั้นตอนที่ 12.3
- การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ โดยการใช้มือจับข้อล็อคและบิดไปทางซ้ายเพื่อถอดกระบอกกรองออก จากนั้น ถอดไส้กรองออกมาเปลี่ยนใหม่และประกอบกระบอกกรองเข้าไปที่เดิมโดยบิดข้อล็อคกระบอกกรองไปทางขวาแค่พอตึงมือ (ระยะเวลาในการเปลี่ยน 3 เดือน / 1 ครั้ง)

ขั้นตอนที่ 12.4
- การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันและน้ำของตัวกรองด้านขาเข้าแอร์ไดเออร์และขาออกจากแอร์ไดเออร์เข้าระบบเครื่องจักรโดยใช้ชุดประแจหกเหลี่ยมเบอร์ 4 หมุนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (กรองแต่ละชุดจะมีน็อต 2 ตัว ) และทำการเปลี่ยนไส้กรองใหม่เสร็จแล้วทำการประกอบชุดฝาครอบกลับเข้าที่เดิมทั้ง 2 ชุด(ระยะเวลาการเปลี่ยนไส้กรอง 1 ปี / 1 ครั้ง)

ขั้นตอนที่ 12.5
- การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันและน้ำภายในตัวเครื่อง ทั้ง 2 ตัว

ขั้นตอนที่ 12.5.1
- การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันและไส้กรองน้ำของระบบเครื่องจักร โดยการ ใช้มือหมุนกระบอกกรองไปทางซ้ายเพื่อถอดกระบอกกรองออกมาเปลี่ยนไส้กรอง (ไส้กรองทั้ง 2 ชุด วิธีเปลี่ยนเหมือนกัน) โดยเปลี่ยนเสร็จก็ประกอบกระบอกกรองเข้าที่เดิม

ขั้นตอนที่ 12.6
- การเปิดระบบลมเข้าเครื่องจักรเพื่อพร้อมที่จะใช้งานเครื่องจักร เมื่อทำการไล่เปลี่ยนไส้กรองทั้งหมดจนเสร็จเเล้วให้ทำการเปิดวาล์วเมนและเปิดใช้งานระบบแอร์ไดเออร์คืนระบบเครื่องจักรเพื่อพร้อมให้เครื่องจักรทำงานได้ปกติ

ขั้นตอนที่ 13
- ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำความสะอาดเครื่องจักรและบริเวณการทำงานทีทำสกปรกเพื่อตอบสนองนโยบาย 5 ส. และ ทำให้เครื่องจักรยังคงสะอาดดูใหม่ตลอดการใช้งาน
แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
รหัส:การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน P-PD-PM01
การขอสำเนาเอกสาร
ผู้จัดการฝ่าย “ประวัติการขอสำเนา”