คู่มือคุณภาพ :Q-QM-QS01
วันที่อัพเดท: (02/05/2568)
จัดทำโดย: คุณพจณี นิ่มนวล / พจณี
อนุมัติโดย: คุณวิโรจน์ ตั้งปริมณฑล / Wiroj Tang
ใครควรอ่านเอกสารฉบับนี้
พนักงานทุกคนในบริษัทฯ
วัตถุประสงค์ของระบบงานนี้
เพื่อให้ทุกคนในองค์กร ทราบถึงประวัติความเป็นมาของบริษัท และวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และนโยบาย เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมและมองเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
ประวัติของบริษัท
บริษัท กลาสฟอร์ม แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ก่อตั้งขึ้น เมื่อ วันที่ 2 เมษายน 2546 และเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนธันวาคม 2546 และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 มีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทเดิม เป็นชื่อบริษัทใหม่ "บริษัท ทีวายเค กลาส จำกัด" โดยมีวัตถุประสงค์ในการแปรรูปกระจกสำหรับงานอาคาร บ้านพักอาศัยและกระจกสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่นกระจกนิรภัยสำหรับอาคาร กระจกสำหรับงานตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์กระจก กระจกสำหรับเครื่องใช้ต่าง ๆ ฯลฯ และได้มีการขยับขยายทั้งในด้านเครื่องจักร กำลังคน อาคารโรงงาน โดยมีการลงทุนในการพัฒนาทั้งเครื่องจักร สาธารณูปโภค บุคลากร และเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ปัจจุบันมีอาคารโรงงาน 2 หลัง เนื้อที่รวมประมาณ 7,000 ตารางเมตร บริษัท กลาสอีสกู๊ด จำกัด: พัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระจกโดยตรงให้กับผู้ใช้สินค้าทั่วไป ผ่านระบบออนไลน์ Ecommerce
บริษัท เอ็กซ์เซล กลาเชอร์ จำกัด : เป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรสำหรับงานกระจก และฮาร์ดแวร์ งานติดตั้งกระจกและอลูมิเนียมทุกชนิด
วิสัยทัศน์ขององค์กร
เป็นผู้นำในวงการผู้ผลิตกระจกแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและสินค้าที่มีความสร้างสรรค์สวยงาม และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดยโครงการชั้นนำทั่วไป
เป้าหมาย
- สร้างนวัตกรรมกระจกแปรรูปที่มีความแตกต่างและเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มลูกค้า (Be Different)
- ผลิตกระจกแปรรูปที่สร้างคุณค่ามากกว่าเดิม (Make Glass a Better Glass)
- ผลิตกระจกที่มีคุณภาพภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Be Efficient)
- ให้ข้อมูลลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว (Be Informative)
- ให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยความจริงใจและหวังดีกับลูกค้าอย่างแท้จริง (Service by Heart)
ความพร้อมด้านการผลิต
บริษัทฯมีความพร้อมในการผลิตกระจกแปรรูปที่หลากหลายและให้บริการแบบครบวงจร พร้อมเครือข่ายและข้อมูลการขายที่ครอบคลุมในวงการกระจกอย่างกว้างขวาง เครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในโรงงานได้รับการเลือกสรรให้ลดความต้องการกำลังคนเป็นจำนวนมากแต่ให้ความปลอดภัยในการทำงานสูง มีอุปกรณ์ทุ่นแรงและลดขั้นตอนในการทำงานเพื่อให้พนักงานสามารถผลิตงานได้อย่างสะดวกและมีคุณภาพ พร้อมรองรับทั้งงานตัดเจียรริม เจียรปรี ขัดแต่งกระจกในรูปทรงต่างๆ งานเจาะรู งานพ่นทราย งานเทมเปอร์ งานลามิเนท และอินซูเลท
สร้างทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านงานกระจกมาอย่างยาวนาน และระบบการบริหารโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพตามหลักมาตรฐานสากลพร้อมความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง
บริษัท ทีวายเค กลาส จำกัด
ที่อยู่: เลขที่ 35/6 ม.6 ถ.ตลิ่งชั่น-สุพรรณบุรี ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 โทร.0-2960-2682-4 โทรสาร.0-2960-2685 www.TYKGLASS.co.th
นิยามและผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ลูกค้า
ฐานลูกค้าของบริษัทฯ เป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% โดยบริษัทฯมีขอบเขตการดูแลกลุ่มลูกค้าแยกตามประเภทดังนี้
- กลุ่มผู้ออกแบบ: Interior Design และ Architect
- กลุ่มผู้รับเหมาและติดตั้ง Exterior: Main Contractor, Sub Contractor, Glass-Facade Installer
- กลุ่มงานตกแต่งภายใน: Turnkey (ออกแบบ-รับเหมางานภายใน) และ Interior Decorator (ผู้รับเหมางานภายใน)
- กลุ่ม Inhouse: เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการขนาดกลาง-เล็ก
- กลุ่ม Shopfront: ผู้ติดตั้งกระจกรายย่อย
ขอบเขตการดำเนินงานในระบบและขอบเขตการขอใบรับรอง
ขอบเขต
บริษัทฯกำหนดขอบเขตในกระบวนการผลิตและจำหน่ายกระจกแปรรูปภายใต้การบริหารงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 9001 ฉบับประกาศใช้ดังนี้
- การบริหารที่แสดงถึงความสามารถในการจัดหาผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า และเป็นไปตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- การเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า โดยการใช้ระบบการบริหารอย่างมีประสิทธิผล รวมถึงการมีกระบวนการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง และประกันความเป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้า และกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
การนำมาปฏิบัติ
การบริหารงานภายใต้ระบบบริหารคุณภาพนี้บริษัทฯ มีความสามารถในการผลิตสินค้าหรือให้บริการที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอตลอดจนเป็นไปตามข้อกำหนดทางด้านกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยมีช้อกำหนดที่ไม่ประยุกต์ใช้ในมาตรฐานฉบับนี้ในปัจจุบันคือข้อ 8.3 เรื่องการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ ที่บริษัทฯ ยังไม่มีการได้ประยุกต์ใช้ ซึ่งข้อยกเว้นนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขตรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานข้อ 1.2 ซึ่งกระบวนการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อความสามารถหรือความรับผิดชอบของบริษัทฯ ในการตอบสนองตามข้อกำหนดของลูกค้า และความเป็นไปตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและเพื่อทำความเข้าใจต่อจากนี้คำว่า บริษัทฯ หรือ องค์กรหมายถึง “บริษัท ทีวายเค กลาส จำกัด”ที่ขอการรับรองแห่งมาตรฐานฉบับนี้

3 ตารางความสำพันธ์การบริหารที่สอดคล้องกับข้อกำหนด ISO 9001:2015
บทที่4
บริบทขององค์กร(Context of the organization)
บริบทภายนอก 1.ด้านเทคโนโลยี 1.1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด 1.2 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆด้วยการสรรหาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง 1.3 การจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว และทันเวลาตามที่นัดหมายกับลูกค้า 1.4 ความก้าวหน้าด้านไอทีที่สามารถพัฒนา Digital Transform โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆลดการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่อง 2.ด้านสังคม 2.1 รับผิดชอบต่อสังคม ควบคุมมลพิษ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม 2.2 ใช้กระจกที่มีส่วนผสมจากแก้วที่ถูกนำมารีโซเคิล (ประมาณ10%) และส่งมอบเศษที่เหลือกลับไปสู่กระบวนการรีไซเคิล 2.3 เสาะแสวงหาสินค้าที่ช่วยลดการใช้พลังงานเช่นกระจกกันความร้อนกระจกประหยัดพลังงานเพื่อเป็นทางเลือกของวัสดุอาคารที่ลดโลกร้อน 2.3 พัฒนาสินค้าที่มีความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เช่นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ กระจกนิรภัยลามิเนต 2.4 มีการจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นระยะ เช่นการบริจาคเลือด กิจกรรม CSR พัฒนาชุมชน การช่วยเหลือสังคมตามโอกาสต่างๆ ฯลฯ 3. ด้านกฏหมาย 3.1 ผลิตกระจกและขอการรับรองตามที่กฏหมายกำหนด เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ 3.2 ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายและไม่สนับสนุนการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับกฏหมายทุกชนิด 4.ด้านเศรษฐกิจ 4.1 มีการควบคุมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในการขายส่งออก 4.2 มีการวิเคราะห์ผู้บริโภคและปรับตัวตามเทรนด์เศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ และอุปสงค์อุปทานของกลุ่มลูกค้า 4.3 มีการปรับตัวตามสภาพสังคมเศรษฐกิจตามการแข่งขันในตลาดและปรับกลยุทธได้ทันเวลาและรวดเร็ว 4.4 มีระบบทางการเงินที่ดี ควบคุมหนี้เสียและการอนุมัติวงเงินที่รัดกุม 5.ด้านการเมือง 5.1 ทางภาครัฐหันมาสนับสนุนโครงการบ้านจัดสรรทำให้องค์กรสามารถขยายตลาดได้ | บริบทภายใน 1. ด้านการบริหารทั่วไป 1.1 เป็นพันธมิตรในด้านธุรกิจ ร่วมกับบริษัทในเครือ กลาสอีสกู๊ด เพื่อขยายตลาด และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องของอุปกรณ์ติดตั้งกระจก อลูมิเนียม ได้อย่างหลากหลาย
2.ด้านบุคลากร 2.1 พัฒนาบุคลากรมีความรู้ทักษะ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานกระจก 2.2 มีการสรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมาปฏิบัติงานในองค์กร 2.3 เสริมทักษะและองค์ความรู้ให้บุคลากรอย่างต่อเนื่อง 2.4 มีสวัสดิการและสภาพการทำงานที่ดีให้กับบุคลากรรวมถึงผลตอบแทน ตามประมวณกฏหมายที่กำหนดไว้ 2.5 มีอัตราการลาออกที่ลดน้อยลงโดยการดูแลเอาใจใส่บุคลากรที่เข้ามาร่วมงานภายในองค์กร การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ และพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง 2.6 บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการขายได้รับการพัฒนาความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตัวสินค้าที่องค์กรมี เพื่อให้สามารถนำเสนอสินค้าได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 3.ด้านตัวสินค้าและบริการ 3.1 มีความหลายหลายในผลิตภัณฑ์ รองรับความต้องการได้ตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 3.2 มีการดูแลผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตลอดกระบวนการตั้งแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ การสั่งซื้อ ส่งมอบ จนถึงการบริการหลังการส่งมอบ 3.3 มีการจัดส่งผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า คุณภาพตามที่ตกลงไว้ ตรงเวลา และมีความถูกต้อง 4.ด้านการตลาดและการขาย 4.1 มีการขยายผลิตภัณฑ์สู่ตลาดใหม่ๆ เสาะหาตลาดใหม่ๆและติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง 4.2 มีการทำตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งในด้านการนำเสนอโปรโมชั่น การใช้เครื่องมือสื่อโซเชียล ออนไลน์ต่างๆ รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการที่เหมาะสมกับในแต่ละช่วงเวลา 4.3 สรรหาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในท้องตลาด และสื่อสารให้ผู้บริโภครับทราบ
|
|---|
4.1 ความเข้าใจองค์กรและบริบทขององค์กร

4.3 การพิจารณาขอบเขตระบบบริหารคุณภาพ
คู่มือคุณภาพ
บริษัทฯได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นเนื่องจากคู่มือคุณภาพเป็นเอกสารระดับที่ 1 ของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารและการดำเนินธุรกิจรวมถึงสอดคล้องมาตรฐาน ข้อกำหนด กฏข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้มีการจัดทำและธำรงรักษาไว้ ดังนี้
การควบคุมคู่มือคุณภาพ ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ (QMR) มีหน้าที่จัดทำและตรวจทานความถูกต้องของรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุอยู่ในคู่มือคุณภาพว่าเป็นไปตามนโยบายของผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านระบบบริหารคุณภาพ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และลงชื่อในคอมเมนท์ด้านบนของเอกสาร ทั้งนี้เอกสารอาจทำการร่างโดยพนง.ควบคุมเอกสารและข้อมูล แต่ต้องได้รับการตรวจทานและตรวจสอบเนื้อหาโดย QMR
ผู้จัดการทั่วไป (GM) มีหน้าที่อนุมัติรายละเอียดต่างๆที่ระบุอยู่ในคู่มือคุณภาพโดยทำการลงชื่อในคอมเมนท์ด้านบนของหน้าเอกสาร
การแจกจ่ายคู่มือคุณภาพ
เนื่องจากการเผยแพร่เอกสารภายในองค์กร จัดทำผ่านระบบ Extranet จึงเป็นเอกสารที่พนง.ในองค์กร สามารถเข้าถึง และทำความเข้าใจ รวมถึงเห็นข้อมูลที่อัพเดทอยู่เสมอ
กรณีการทำสำเนาคู่มือคุณภาพเพื่อแจกจ่ายสู่ภายนอก ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ(QMR) มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมการแจกจ่ายคู่มือคุณภาพผ่านพนักงาน DC ไปยังบุคคลภายนอกบริษัทฯ สำเนาของคู่มือคุณภาพอาจจะได้รับการแจกจ่ายให้ลูกค้าองค์กรที่ให้การรับรองระบบคุณภาพหรือองค์กรอื่นภายนอกบริษัทฯ โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก QMR และได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการทั่วไป(GM) ก่อน
โดยการแจกจ่ายเอกสารสู่ภายนอก จะต้องมีการระบุ “เอกสารไม่ควบคุมสำเนา” ที่ทุกหน้าของชุดเอกสาร ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและรายละเอียดในคู่มือคุณภาพนี้ทางบริษัทฯไม่จำเป็นต้องส่งสำเนาของเอกสารที่มีการแก้ไขตามไปให้ เว้นแต่ได้มีการตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารซึ่งระบุอยู่ในทะเบียนผู้ครอบครองเอกสารเป็นความรับผิดชอบของผู้ถือครองเอกสารแต่ละรายในการทำให้มั่นใจว่าสำเนาเอกสารที่ครอบครองมีความทันสมัยอยู่เสมอและส่งคืนสำเนาเอกสารฉบับที่ไม่ทันสมัยและไม่ใช้งานแล้วให้ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพผ่านเจ้าหน้าที่ควบคุมเอกสารและข้อมูลเพื่อทำลายหรือตามวัตถุประสงค์ที่จำเป็นโดยการระบุไว้
การแก้ไขและการออกชุดของคู่มือคุณภาพฉบับใหม่
การแก้ไขคู่มือคุณภาพสามารถทำได้โดยการแก้ไขบางหน้าหรือทั้งเล่มทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ QMR เป็นผู้พิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการระบุสถานะ การเปลี่ยนแปลงของเอกสาร สำหรับพนง.ที่ล็อคอินเข้าระบบ Archbee จะสามารถตรวจสอบเวอร์ชั่นเอกสารและประวัติการแก้ไขได้ด้วยตนเอง
หมายเหตุ: การดำเนินการอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงให้ปฏิบัติตามภายใต้ข้อกำหนด4.2.3 เหมือนกับเอกสารระบบอื่นๆ
4.4 ระบบบริหารคุณภาพและกระบวนการ
บริษัทฯดำเนินการจัดทำระบบบริหารคุณภาพเพื่อนำไปปฏิบัติและมีการควบคุมให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่ขอการรับรองและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลกระทบต่อกระบวนการผลิต โดยบริษัทฯ มีการจัดทำดังต่อไปนี้
1.ได้พิจารณาถึงกระบวนการต่างๆที่มีความจำเป็นสำหรับการจัดทำเป็นเอกสารและปฏิบัติตามระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กรโดยสอดคล้องกับแผนผังองค์กรของบริษัทฯ
2.ได้พิจารณาถึงลำดับขั้นตอนและความสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเกณฑ์และวิธีการต่างๆ สำหรับผู้ปฏิบัติงานและการควบคุมกระบวนการเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิผลซึ่งสามารถวัดได้
3. ให้การสนับสนุนและจัดสรรทรัพยากรและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่จำเป็นในการสนับสนุนผู้มาปฏิบัติงานและการติดตามกระบวนการและการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน
4. ได้กำหนดให้มีการติดตามตรวจวัด และวิเคราะห์กระบวนการโดยให้การสนับสนุนกิจกรรมการตรวจติดตามระบบคุณภาพภายในและการปฏิบัติการแก้ไขและป้องกันสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
5. ได้กำหนดให้มีกระบวนการปฏิบัติการควบคุมติดตามผลการดำเนินงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุตามแผนที่วางไว้และเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพ
6. บริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาความมั่นใจในสินค้าและบริการแก่ลูกค้าโดยผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่บริษัทได้รับการรับรอง หรือมาตรฐานอื่นๆ(ถ้ามี)
7. บริษัทฯดำเนินการควบคุมกระบวนการต่างๆ ที่มีการดำเนินการรวมทั้งการจัดซื้อและการจัดจ้าง (Supplierand Sub-contract) ที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพของบริษัทฯดังที่ได้อธิบายไว้ในรายละเอียดแต่ละหัวข้อตามตารางด้านล่าง

และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
บทที่ 5
การเป็นผู้นำ
5.1 การเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น 5.1.1 ข้อกำหนดทั่วไป
ผู้จัดการทั่วไป(GM) มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำไปปฏิบัติซึ่งระบบการบริหารคุณภาพ (QMS) และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรพนักงาน สังคมโดยรวม อีกทั้งปรับปรุงประสิทธิผลของระบบเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำขององค์กรโดยการ
- สื่อสารต่อบุคลากรทุกระดับในองค์กรถึงความสำคัญของการสนองความต้องการต่างๆ ทั้งความต้องการของลูกค้า ความต้องการตามกฎหมาย และความต้องการตามกฎข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการบริหาร โดยกำหนดเป็นนโยบายคุณภาพของบริษัทฯ
- จัดตั้งนโยบายคุณภาพเป็นลายลักษณ์อักษร
- มั่นใจได้ว่ามีการจัดตั้งวัตถุประสงค์คุณภาพ เพื่อให้เป้าหมายคุณภาพต่างๆสอดคล้องกับนโยบายคุณภาพ เนื่องจากเป็นเป้าหมายหลักในระดับองค์กร และสามารถวัดผลได้
- ทบทวนระบบการบริหารคุณภาพ โดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ในการประชุมทบทวนของฝ่ายบริหารมีความพร้อมในการจัดหาทรัพยากรต่างๆอย่างเพียงพอต่อความต้องการที่จำเป็นต่อการบริหาร โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานต่าง ๆ ตามวาระการประชุมทบทวนฝ่ายบริหารหรือข้อมูลนำเข้าอื่นๆที่มีการจัดทำ
5.1.2 การมุ่งเน้นลูกค้า ผู้จัดการทั่วไป (GM) ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงและสนับสนุนในทุกด้านที่จะตอบสนองต่อความต้องการต่างๆของลูกค้าและมุ่งยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ผู้จัดการทั่วไป (GM) ตระหนักถึงการทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อบรรลุตามข้อกำหนดของลูกค้าและพยายามทำให้ดีเกินกว่าความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ขององค์กร (เช่นประชาชน ผู้ส่งมอบ ชุมชมท้องถิ่น และสังคมโดยส่วนรวม) เพื่อยกระดับความพึงพอใจและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่างๆ กับลูกค้า โดยมอบหมายให้ Continuous Improvement Team (CI Team) และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาออกแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้ารวมถึงผลการดำเนินงานต่างๆ จากการประชุมร่วมกันแล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการด้านคุณภาพต่างๆรวมถึงฐานตลาดให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างเป็นรูปธรรม
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
5.2 นโยบาย
5.2.1 การจัดทำนโยบายคุณภาพ
5.2.2 การสื่อสารนโยบายคุณภาพ
**เรามุ่งมั่นผลิตสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานเหนือความคาดหวังของลูกค้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด** บริษัท ทีวายเค กลาส จำกัด ก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการนำเสนองานแปรรูปกระจกแนวใหม่ที่หลากหลายและตอบรับชีวิตทันสมัย ด้วยรูปแบบที่หลีกหนีจากงานกระจกแบบเดิมฯสร้างประโยชน์ใช้สอยใหม่ๆ ภายใต้ระบบการผลิตและควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับงานกระจกที่สวยงามภายใต้คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุด
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทฯมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการและธำรงไว้ซึ่งระบบบริหารคุณภาพ ISO9001 และ/หรือกฎระเบียบมาตรฐานอื่น ๆที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร พนักงาน สังคมโดยส่วนรวมที่จะมีในอนาคตโดยกำหนดตัววัดประสิทธิผลการดำเนินงานของกระบวนการการผลิตการขาย และบริหารจัดการตามความสามารถของบริษัทฯอย่างเหมาะสมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานในการเป็นไปตามข้อกำหนดและมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพการส่งมอบและความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานทุกคนในองค์กรด้วยเหตุนี้จึงได้มีการประกาศใช้เอกสารระบบบริหารคุณภาพที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานและองค์กรโดยพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านคุณภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากพนักงานทุกระดับขององค์กร จึงได้กำหนด
เป้าหมายคุณภาพ ร่วมกันดังนี้ 1. การผลิตสินค้าและส่งมอบสินค้าได้ตามข้อตกลงกับลูกค้า
1.1 วัดความสำเร็จจากจำนวนครั้งของการเคลมสินค้าที่ไม่ผ่านคุณภาพเฉลี่ยไม่เกิน 3 ครั้งต่อเดือน
1.2 วัดความสำเร็จจากการส่งมอบได้ทันกำหนดเวลาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ต่อเดือน 2. พัฒนาสรรหาและดัดแปลงเทคโนโลยีกระจกรูปแบบใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง
2.1 วัดความสำเร็จจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำเสนอออกสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 1 กลุ่มต่อปี
3. มุ่งมั่นในการเพิ่มผลประกอบการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
3.1 วัดความสำเร็จดังนี้
- ความสูญเสียของผลิตภัณฑ์โดยรวม(NG)ในอัตราไม่เกินร้อยละ5ต่อเดือน
- ควบคุมเศษกระจกโดยรวมให้ไม่เกินร้อยละ 16 ต่อเดือน
- ความสามารถในการผลิตให้ได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 140,000 ตรฟ.ต่อเดือน
4.มุ่งมั่นพัฒนา ความรู้และความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
4.1 วัดความสำเร็จจากการดำเนินการอบรมพนักงานให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ90ของจำนวนแผนการอบรมในแต่ละปี
4.2 พนักงานมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานโดยมีอัตราการลาออกเฉลี่ยไม่เกิน7%ของจำนวนพนักงานในแต่ละเดือน
. ...........................................
คุณวิโรจน์ ตั้งปริมณฑล
ผู้จัดการทั่วไป 5.3 บทบาทความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ในองค์กร
ผังองค์กร

หมายเหตุ
มีบางฝ่าย/หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดทำระบบเพื่อขอการรับรองแต่มีส่วนในการสนับสนุนในการส่งเสริมตามอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อให้การจัดทำระบบบริหารคุณภาพเป็นไปตามเป้าหมาย ณ ปัจจุบัน ได้แก่ ฝ่ายบัญชี / การเงิน
ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่
ผู้จัดการทั่วไป(GeneralManager)
- กำหนดทิศทางของบริษัท
- กำหนดหน้าที่รับผิดชอบ มอบหมาย และตรวจสอบการทำงานของพนักงานในระดับผู้จัดการ
- กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพ
- บริหารการทำงานทั่วไปแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายบริหาร (QMR) เพื่อบริหารระบบบริหารคุณภาพ (QMS) ให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
ผู้จัดการส่วนงานขาย(SaleUnit Manager)
- กำหนดนโยบายการชาย
- บริหารการทำงานของแผนกขาย
- ทำหน้าที่เป็นผู้แทนฝ่ายบริหาร(QMR) คนที่ 1 กรณีผู้แทนฝ่ายบริหาร (QMR) ที่ได้รับการแต่งตั้งไม่อยู่ หรือ ติดภารกิจเร่งด่วนในการรายงานผลการดำเนินงานให้ฝ่ายบริหารสูงสุดทราบตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้
ผู้จัดการโรงงาน(FactoryManager)
- บริหารการทำงานของพนักงานในส่วนผลิตและโรงงาน
- รับผิดชอบการบริหารจัดการภายในโรงงาน
- เป็นผู้แทนฝ่ายบริหาร (QMR) ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานขอการรับรองที่กำหนดให้ต้องเป็นผู้บริหารขององค์กร
ผู้จัดการส่วนส่งเสริมธุรกิจ(BusinessSupport Unit Manager)
- บริหารการทำงานของฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบุคคล ฝ่ายบัญชี/การเงิน ฝ่ายส่งเสริมการตลาด ฝ่ายบริหารทั่วไป
ผู้จัดการฝ่ายขาย(SaleDepartment Manager)
- ควบคุมการทำงานของฝ่ายขาย
- เสาะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเพื่อสร้างยอดขายเพื่อการพัฒนาทางธุรกิจ
- พัฒนาระบบงานขายให้มีประสิทธิภาพ
ผู้จัดการฝ่ายผลิต(ProductionDepartment Manager)
- กำหนดกำลังการผลิต ขั้นตอนและกระบวนการผลิต
- ควบคุมการวางแผนการผลิต
- บริหารการทำงานของพนักงานในฝ่ายผลิต
- ตรวจหาสาเหตุและแก้ปัญหาความผิดพลาดในกระบวนการผลิต
- ควบคุมการทำงานของแผนกซ่อมบำรุง
ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการผลิต(ProductionSupport Department Manager)
- ควบคุมการทำงานของแผนกสโตร์
- ควบคุมการทำงานของแผนกตรวจสอบคุณภาพ
ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(Purchasing Department Manager)
- การกำหนดนโยบายหาผู้ขายใหม่ สร้างเงื่อนไขการคัดเลือกผู้ขายรายใหม่ ทบทวนผลการเจรจาต่อรองราคาและเงื่อนไขการขาย อนุมัติเพื่อนำเสนอ Supplier Approved List
- ควบคุมการสั่งซื้อวัตถุดิบ ตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบ ตรวจสอบเอกสารการสั่งซื้อ อนุมัติการเปรียบเทียบราคา อนุมัติการสั่งซื้อวัตถุดิบ
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและบริหารทั่วไป(HumanResource and Administration Manager)
- วางแผนการสรรหาทรัพยากรบุคคล
- คัดเลือกพนักงาน
- จัดทำกฏระเบียบฝ่ายบุคคล
- วางแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
- วางแผนการทำบัญชีเงินเดือน
- วางแผนการทำงานแผนกบริหารงานทั่วไป
- ควบคุม ดูแลแผนการปฏิบัติงานของแผนกบริหารงานทั่วไป
- จัดกิจกรรมเสริมตามที่กฎหมายกำหนด หรือกิจกรรมส่งเสริมพิเศษ
ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน(Accounting Department Manager)
- วางแผนด้านการจัดหาเงินทุน การธนาคาร และการหมุนเวียนเงิน
- วางนโยบายด้านการบัญชี
ผู้จัดการฝ่ายการตลาด(MarketingDepartment Manager)
- วางแผนประชาสัมพันธ์และการใช้สื่อส่งเสริมการขาย
- รับผิดชอบพื้นที่โชว์รูม
- สรรหาวิธีการแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาด
- ดำเนินการส่งเสริมการตลาดและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์สินค้า
พนักงานDC(Document Control Officer)
- ควบคุมเอกสารและข้อมูลรวมถึงสื่อทางอิเล็กทรอนิคส์ในระบบบริหารคุณภาพ โดยปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานกำหนดข้อ 4.2.3 เรื่องการควบคุมเอกสาร (Control of documents)
- ติดตาม จัดเก็บ รายงาน และควบคุมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประสิทธผลในการปฏิบัติงาน (KPI/PI) การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (CIAP) การตรวจติดตาม (IQA) การแก้ไขและป้องกัน (NCR/CAR) หรือโครงการอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายจากตัวแทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ
หมายเหตุ ตำแหน่งอื่นๆ ในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารคุณภาพ สามารถดูอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบได้จาก ผังองค์กร (O-HR-OJ 01) และเอกสารบรรยายลักษณะงาน (J-HR-0J01) P-HR-OJ01 การกำหนดและแก้ไข เปลี่ยนแปลงผังองค์กร และเอกสารบรรยายลักษณะงาน ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ
- ผู้จัดการทั่วไป (GM) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ อย่างไรก็ดี ผู้จัดการทั่วไป สามารถคัดเลือกบุคลากรในองค์กรที่เหมาะสมและแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพได้ตามที่เห็นสมควร
- ผู้จัดการโรงงาน และ/หรือ ผู้จัดการส่วนส่งเสริมธุรกิจ ปฏิบัติหน้าที่แทนในขณะที่ผู้จัดการทั่วไปไม่อยู่ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ
- ดำเนินการให้มั่นใจว่าระบบบริหารคุณภาพที่ถูกจัดทำขึ้น ถูกนำไปปฏิบัติและคงรักษาไว้
- รายงานผลต่อผู้บริหารสูงสุดทราบถึงประสิทธิผล การดำเนินการของระบบบริหารคุณภาพและความจำเป็นในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- ดำเนินการให้มั่นใจว่ามีการเผยแพร่ซึ่งความตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร
- ความรับผิดชอบรวมถึงการติดต่อกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกองค์กรในเรื่องเกี่ยวกับระบบบริหารคุณภาพ
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
บทที่6
การวางแผน
6.1 การดำเนินการเพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาส
บริษัท ทีวายเค กลาส จำกัด มีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงดังนี้
1.ความเสี่ยงต่อองค์กร
2.ความเสี่ยงต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3.ความเสี่ยงต่อวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
4.ความเสี่ยงต่อกระบวนการและคุณภาพผลิตภัณฑ์
โดยขั้นตอนการระบุความเสี่ยงและโอกาสได้ถูกระบุไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงานการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง P-QM-RK01
6.1.1 ความเสี่ยงต่อองค์กร
บริษัทฯมีการประเมินความเสี่ยงต่อองค์กรโดยใช้วิธีการ SWOT Analysis แบ่งความเสี่ยงและโอกาสทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อองค์กรร่วมกันวิเคราะห์ โดยผู้บริหารสูงสุดตัวแทนระบบบริหารคุณภาพและผู้จัดการ-ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย แล้วนำมาระบุในคู่มือคุณภาพดังนี้
จุดแข็ง (Strength)
การวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อองค์กร
จากการประเมิน SWOT Analysis องค์กรจึงวางทิศทางในการดำเนินธุรกิจดังนี้
- บริษัทจะต้องธำรงไว้ซึ่งระบบบริหารคุณภาพที่ดีเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะสามารถผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดคุณภาพที่ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีมีการประเมินตรวจติดตามและปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง
- ด้วยอุปสรรคทางการแข่งขันและการเข้าถึงสินค้าคู่แข่งได้ง่ายขึ้น บริษัทฯจะต้องวางแผนกลยุทธการตลาดในช่องทางใหม่ๆ รองรับช่องทางที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น การส่งเสริมการตลาดทาง Digital marketing การจัดอีเวนท์ และการส่งเสริมการขายในแนวทางที่สร้างสรรค์
- บริษัทฯจะต้องมุ่งเน้นในการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่จดจำ ผ่านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การให้บริการที่เหนือความคาดหมาย และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมในการปรับตัวไปตามเทรนด์ของผู้บริโภคมากขึ้น
- บริษัทฯจะต้องมีการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสรรหาเทคโนโลยีทางด้านงานกระจกที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ หลีกหนีการแข่งขันทางด้านราคา ไม่มุ่งเน้นขายสินค้าที่มีราคาต่ำและมีการแข่งขันด้านราคาสูง แต่เน้นทางด้านการนำเสนอสินค้าที่มีความแตกต่างจากสินค้าในท้องตลาด
- บริษัทฯจะต้องจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เลือกลงทุนและอัพเกรดเครื่องจักรเพื่อพัฒนาการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการใช้แรงงานฝีมือในการผลิต ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น และมีคุณสมบัติของสินค้าที่เป็นที่ต้องการ
6.1.2 การประเมินความเสี่ยงต่อความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย/วัตถุประสงค์ เป้าหมาย /กระบวนการ และคุณภาพผลิตภัณฑ์
บริษัทฯมีการประเมินความเสี่ยงในด้านต่างๆโดยผู้จัดการ-ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายเป็นผู้พิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและนำมาประเมินผลกระทบ(Impact)และโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง(Likelihood)เพื่อนำมาให้คะแนนความสำคัญตามที่ระบุในขั้นตอนการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง P-QM-RK01 เพื่อนำมากำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงตามเกณฑ์ดังนี้


สูตรคำนวณ:Impact X Likelihood = คะแนนความสำคัญ
- ผลรวมได้ 25คะแนน ระดับความเสี่ยงที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องเร่งจัดการความเสี่ยง “ให้ดำเนินการจัดทำแผนโครงการActionPlan”
- ผลรวมได้ 15-20 คะแนน ระดับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสำคัญ โดยต้องมีการจัดการความเสี่ยงเพื่อให้อยู่ในระดับ “ให้ดำเนินการออกใบขอให้ดำเนินการแก้ไขและป้องกัน (CAR & PAR)“
- ผลรวมได้ 0-10 คะแนน ไม่ต้องมีการควบคุมความเสี่ยง หรือการจัดการเพิ่มเติม
ผลจากการดำเนินการข้างต้นจะถูกนำเข้าพิจารณาและประเมินในการทบทวนของฝ่ายบริหารเพื่อให้บริษัทฯมีความมั่นใจได้ว่าความเสี่ยงต่อความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย/วัตถุประสงค์เป้าหมาย /กระบวนการและคุณภาพผลิตภัณฑ์จะได้รับการควบคุม แก้ไขและป้องกันเพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและระบบบริหารคุณภาพได้ผลตามที่กำหนดไว้
6.2 วัตถุประสงค์คุณภาพและการวางแผนเพื่อให้บรรลุ
ผู้จัดการทั่วไป ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทฯที่รับผิดชอบด้านบริหารระบบคุณภาพได้กำหนดเป้าหมายคุณภาพที่เป็นเอกภาพชัดเจนและสามารถวัดได้เพื่อให้พนักงานทุกระดับในองค์กรตระหนักถึงและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเพื่อให้การบริหารจัดการ และกระบวนการผลิตไปในแนวทางเดียวกันให้บรรลุผลสำเร็จตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งภายในและภายนอก และกฎข้อบังคับด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานต่าง ที่บริษัทฯ นำมาบริหารเช่น ISO9001:2015 และอื่นๆถ้ามีในอนาคต)โดยเน้นการบริหารทรัพยากรให้เหมาะสมต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในลักษณะของกระบวนการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิผลและประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้น
6.3 การวางแผนเปลี่ยนแปลง
การวางแผนระบบบริหาร
เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายบริษัทฯจึงทำการวางแผนระบบบริหารคุณภาพให้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ตรงตามข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพการวางแผนระบบบริหารคุณภาพจึงได้รับการจัดทำแะคงไว้ในรูปแบบของเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงานวิธีการปฏิบัติงานข้อกำหนดเฉพาะและแผนในการตรวจสอบ(แผนคุณภาพ)กิจกรรมต่างๆต่อไปนี้จะได้รับการพิจารณาตามความเหมาะสมของบริษัทฯเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตรงตามข้อกำหนดที่ระบุไว้
- มีการระบุและนำกระบวนการในการควบคุม การปฏิบัติงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ ทรัพยากรและทักษะซึ่งจำเป็นในการที่จะบรรลุผลตรงตามคุณภาพที่ต้องการมาใช้
- มั่นใจว่ากระบวนการในการผลิต การตรวจสอบและทดสอบ มีความถูกต้องสอดคล้องกับระบบเอกสารที่จัดทำขึ้น
- มีการปรับปรุงคุณภาพและการควบคุมทางเทคนิคในการตรวจสอบตามความจำเป็นอย่างเหมาะสม
- มีการกำหนดกระบวนการทวนสอบที่เหมาะสมในระหว่างกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์
- มีการตกลงถึงมาตรฐานในการยอมรับตามหัวข้อต่าง ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- มีการระบุและการจัดเตรียมบันทึกคุณภาพในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บทที่7
การสนับสนุน 7.1 ทรัพยากร
7.1.1 ข้อกำหนดทั่วไป
บริษัทฯได้จัดเตรียมและจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นอย่างพอเพียงกับความต้องการในการดำเนินการและรักษาระบบบริหารคุณภาพซึ่งรวมถึงการทำงานในกิจกรรมต่างๆ กิจกรรมการทวนสอบภายในบริษัทฯ เช่นการตรวจสอบ และการเฝ้าติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ โดยพิจารณาความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าตามสภาพความเป็นจริงเพื่อสร้างความพึงพอใจของลูกค้า
7.1.2 บุคคลากร
บริษัทฯได้ดำเนินการจัดสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อเข้ามารับหน้าที่ในการปฏิบัติงานทุกๆตำแหน่งที่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการและระบบบริหารคุณภาพโดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถ และประสบการณ์รวมทั้งผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆบนพื้นฐานของการศึกษาที่เหมาะสมหรือใกล้เคียงตามสภาพความเป็นจริงตามขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการสรรหาว่าจ้างที่กำหนดไว้โดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบ
7.1.3 โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯได้พิจารณาถึงความสำคัญในการจัดหาและคงรักษาไว้ซึ่งสาธารณูปโภคที่จำเป็นและเหมาะสมกับลักษณะของงานที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพของบริษัทฯเพื่อให้บรรลุตามข้อกำหนด ความต้องการของผลิตภัณฑ์และกระบวนการดังรายการต่อไปนี้
- อาคารพื้นที่ปฏิบัติงาน และสิ่งสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกันภายในบริษัทฯ
- อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในกระบวนการ คอมพิวเตอร์ (รวมถึงฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์)
- สิ่งสนับสนุนอื่นๆ เช่นการขนส่ง และอื่นๆที่จำเป็น และมีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพของบริษัทฯโดยจัดให้มีการจัดหา นำมาใช้อย่างถูกวิธี บำรุงรักษา และซ่อมแซมตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
7.1.4 สภาพแวดล้อมในการดำเนินกระบวนการ
บริษัทฯได้พิจารณาและจัดการกับสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นและมีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพ กระบวนการและผลิตภัณฑ์และบริการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามความต้องการของผลิตภัณฑ์ เช่น ความสะอาด ความปลอดภัยความสงบเรียบร้อย ปลอดมลภาวะที่เป็นพิษความเพียงพอเรื่องแสงสว่างอากาศ ฝุ่นละออง เป็นต้น โดยปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้โดยมีการตรวจติดตามความพร้อมในด้านสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยฝ่ายบริหารทั่วไปและพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานภายในบริษัทฯร่วมกัน นอกจากนี้บริษัทฯได้พิจารณาถึงสภาวะแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นและทำให้มั่นใจได้ว่าสภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้องได้รับการควบคุมให้มีความเหมาะสม
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
7.1.5 ทร้พยากรในการตรวจติดตามและการตรวจวัด
7.1.5.1 ทั้วไป
บริษัทฯมีการจัดสรรทรัพยากรในการตรวจติดตามและตรวจวัดอย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อตอบสนองกิจกรรมการตรวจติดตามและตรวจวัดวัตถุดิบสินค้าระหว่างกระบวนการและสินค้าขั้นตอนสุดท้ายให้มั่นใจได้ว่าขั้นตอนเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ได้มาตรฐานมีความถูกต้องแม่นยำเพียงพอต่อการนำไปตรวจติดตามในทุกกิจกรรมที่มีผลกระทบ
7.1.5.2 การสอบกลับของกระบวนการตรวจวัด
การควบคุมเครื่องมือตรวจติดตามและเครื่องมือตรวจวัด
บริษัทฯจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานในการควบคุมเครื่องตรวจ เครื่องวัดและเครื่องทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามข้อกำหนด เครื่องตรวจเครื่องวัดและเครื่องทดสอบที่ใช้ในบริษัทฯจะต้องทราบค่าความไม่แน่นอนของการวัดและมีคุณสมบัติในการวัดที่เหมาะสมเที่ยงตรงและแม่นยำ
ในกรณีที่ระบุไว้ในสัญญาข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับเครื่องตรวจเครื่องวัด และเครื่องทดสอบจะได้รับการจัดทำอย่างเหมาะสมสำหรับการตรวจสอบโดยลูกค้า
บริษัทฯกำหนดวิธีการวัดค่าความเที่ยงตรงของเครื่องมือและมีการเลือกใช้เครื่องตรวจเครื่องวัด และเครื่องทดสอบที่มีค่าความเที่ยงตรงและแม่นยำที่เหมาะสม
เครื่องตรวจเครื่องมือวัดและเครื่องทดสอบที่มีผลกระทบกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะได้รับการสอบเทียบและปรับแต่งโดยเทียบกับเครื่องมือวัดหรือมาตรฐานที่สามารถอ้างอิงไปถึงมาตรฐานแห่งชาติหรือมาตรฐานนานาชาติซึ่งเป็นที่ยอมรับตามช่วงเวลาที่เหมาะสมที่กำหนดไว้ ในกรณีที่ไม่มีมาตรฐานอ้างอิงถึง บริษัทฯจะจัดทำเป็นเอกสารการปฏิบัติงานและมีการจดบันทึกในการสอบเทียบขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริงและยอมรับได้
บริษัทฯมีการกำหนดประเภทของเครื่องมือ การชี้บ่งเฉพาะ ตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องมือ ความถี่ของการสอบเทียบ วิธีการสอบเทียบ ค่าการยอมรับ และการดำเนินการในกรณีที่ผลการสอบเทียบไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้
เครื่องตรวจ เครื่องวัด และเครื่องทดสอบทุกชนิดจะมีป้ายบ่งบอกสถานะการสอบเทียบ ซึ่งจะสามารถสอบกลับไปยังผลการสอบเทียบได้กรณีที่พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ผลการสอบเทียบได้รับการบันทึกและจัดเก็บตามที่กำหนด
กรณีที่พบว่าเครื่องมือวัดต่างๆ ไม่ผ่านการสอบเทียบ กำหนดให้ทวนสอบผลของการตรวจและทดสอบที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาถึงการยอมรับได้และจัดทำบันทึกไว้
สภาวะแวดล้อมในการสอบเทียบเครื่องตรวจ เครื่องวัด และเครื่องทดสอบได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม วิธีการเคลื่อนย้าย การดูแลรักษา และการจัดเก็บจะได้รับการควบคุมเพื่อให้เครื่องตรวจ เครื่องวัด และเครื่องทดสอบมีค่าความเที่ยงตรงและเหมาะสมในการใช้งาน อีกทั้งยังมีการป้องกันการปรับแต่งเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบแล้ว
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
7.2 ความสามารถ(Competency)
เพื่อให้บุคคลากรของบริษัทฯมีความสามารถอย่างเพียงพอในการปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์องค์กรและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบริษัทฯจึงกำหนดความสามารถของบุคลากรในด้านต่างๆดังต่อไปนี้
คุณวุฒิ พื้นฐานและประสบการณ์
พนักงานในตำแหน่งต่างๆมีการระบุคุณวุฒิพื้นฐานและประสบการณ์ไว้ในเอกสารบรรยายลักษณะงาน (J-HR-OJ01)
การฝึกอบรม
พนักงานจะต้องได้รับการฝึกอบรมพื้นฐานในเรื่องที่จำเป็นก่อนการปฏิบัติงานการฝึกอบรมการทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย(OJT)ตามเอกสารความจำเป็นในการฝึกอบรม(TrainingNeed) ตามขั้นตอนการฝึกอบรม(P-HR-TN01)
การประเมินผลของการกระทำ
พนักงานจะต้องได้รับการประเมินผลในตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยหัวหน้างานทางตรงและหัวหน้างานระดับที่ 2ตามเกณฑ์การประเมินผลประจำปีที่กำหนดโดยผู้จัดการทั่วไปนอกจากนี้เมื่อพนักงานมีการปฏิบัติงานที่ผิดจากกฏระเบียบบริษัทฯมีการกำหนดขอบเขตการตักเตือนลงโทษทั้งทางวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรและบันทึกผลของการปฏิบัติที่ผิดพลาดนั้นๆไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและจัดเก็บไว้ที่ฝ่ายต้นสังกัดและฝ่ายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
7.3 ความตระหนัก
บริษัทฯได้จัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการสรรหาว่าจ้างโดยมอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลสรรหาพนักงานที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับลักษณะงานในแต่ละตำแหน่งตามโครงสร้างขององค์กร เพื่อเป็นแนวทางให้มั่นใจได้ว่าบุคลากรที่ได้รับการคัดสรรเข้ามามีศักยภาพที่จะปฏิบัติงานได้ดี ตามที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารคุณภาพ
นอกจากนี้ยังจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรทุกคนได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสมก่อนและ/หรือระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามความเหมาะสมของช่วงเวลาและหน้าที่โดยเป็นความรับผิดชอบของผู้จัดการฝ่ายแต่ละฝ่ายในการพิจารณากำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมของพนักงานที่ปฏิบัติงานในกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อคุณภาพโดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีหน้าที่ดำเนินการให้มีการจัดฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯตามแผนการฝึกอบรมประจำปีให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการฝึกอบรมภายในได้กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมตามความเหมาะสมของแต่ละหลักสูตรซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะงานแต่ละจุดปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมของผู้จัดการฝ่ายแต่ละฝ่ายและ/หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายโดยจัดให้มีระบบการประเมินผลการฝึกอบรมตามความเหมาะสมเพื่อทำให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับการแนะนำฝึกฝนทักษะที่ดีเป็นที่เข้าใจก่อนการปฏิบัติงานจริงตามนโยบายของบริษัทฯและสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับนี้เพื่อให้ทุกคนตระหนักและมีส่วนร่วมต่อความสำเร็จตามเป้าหมาย
บันทึกต่างๆทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับพนักงานได้แก่ ประวัติพนักงานวุฒิการศึกษา บันทึกการฝึกอบรมทุกประเภทได้รับการเก็บรักษาโดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลตามข้อกำหนด 4.2.4
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
7.4 การสื่อสาร
ผู้จัดการทั่วไปได้กำหนดวิธีการสื่อสารภายในและหรือระหว่างส่วน/ฝ่ายต่างๆให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันในวิธีต่างๆที่เหมาะสมและเพียงพอกับการปฏิบัติงานจริงและเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงานแต่คงไว้ซึ่งคุณภาพของข้อมูลเช่น การใช้ระบบอินทราเน็ทสื่อสารทางเว็บไซท์ภายในของบริษัทอีเมลภายใน การจัดเก็บเอกสารอิเล็คทรอนิคส์ในระบบServerระบบโทรศัพท์บันทึกภายใน การประชุม การติดประกาศ โทรสารหรือเสียงตามสาย เป็นต้นซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อ/ประเด็นที่สอดคล้องกับระบบบริหารคุณภาพและการปฏิบัติงานโดยกำหนดไว้ในแต่ละขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆของบริษัทฯ
เอกสารอ้างอิง
ขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูล(MasterList)
7.5 เอกสารข้อมูล
7.5.1 ทั่วไป
บริษัทฯจัดทำรูปแบบเอกสารและโครงสร้างของหมายเลขเอกสารรวมถึงเทคนิคการควบคุมสื่อทางอิเล็กทรอนิคส์ในระบบบริหารคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้ระบุไว้โดยที่เอกสารระดับต่างๆ 4ประเภทต่อไปนี้ได้ถูกนำมาใช้และจัดเก็บไว้เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพฉบับขอการรับรอง
- คำกล่าวด้านนโยบายคุณภาพ และเป้าหมายคุณภาพของผู้บริหารสูงสุดที่บันทึกเป็นเอกสาร
- คู่มือคุณภาพ (เอกสารระดับที่ 1)
- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ทั้งที่มาตรฐานกำหนด และเท่าที่จำเป็นของบริษัทฯ (เอกสารระดับที่ 2)
- วิธีการปฏิบัติงาน (เอกสารระดับที่ 3)
- เอกสารสนับสนุน และ/บันทึกต่าง ๆ ทั้งที่มาตรฐานกำหนด และเท่าที่จำเป็นขององค์กร (เอกสารระดับที่ 4)
โครงสร้างและรูปแบบเอกสารในระบบคุณภาพของบริษัทฯ
เอกสารระดับที่1: คู่มือคุณภาพ
คือเอกสารที่กำหนดนโยบายคุณภาพของบริษัทฯโดยบรรยายขอบเขตของระบบบริหารคุณภาพของบริษัทฯรวมถึงข้อยกเว้น (ถ้ามี)และหน้าที่ความรับผิดชอบอธิบายนโยบายของกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างกระบวนการกับระบบบริหารคุณภาพสอดคล้องข้อกำหนดโดยสังเขป โดยการอ้างถึงเอกสารอ้างอิงได้แก่ขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นต้น
เอกสารระดับที่ 2: ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
คือ เอกสารที่กำหนดความรับผิดชอบอำนาจหน้าที่ในกิจกรรมต่างๆภายในระบบบริหารคุณภาพและอธิบายถึงกิจกรรมที่ปฏิบัติ รวมถึงขั้นตอนเอกสาร และบันทึกที่เกี่ยวข้อง
เอกสารระดับที่ 3: วิธีการปฏิบัติงาน คือ รายละเอียดของวิธีการปฏิบัติงานเพื่อให้การทำงานเฉพาะด้านหรือที่เป็นด้านเทคนิค เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เอกสารระดับที่ 4: เอกสารสนับสนุนและบันทึกต่าง ๆ
เอกสารสนับสนุนเช่นคู่มือต่างๆ,แบบฟอร์ม,ผังองค์กร,เอกสารบรรยายลักษณะงานที่ได้รับการจัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับขั้นตอนการปฏิบัติงานและวิธีการปฏิบัติงานที่จัดทำขึ้นตลอดจนใช้เป็นหลักฐานเพื่อทำการสอบย้อนกลับไปยังกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเอกสารที่ได้รับจากภายนอกที่ต้องได้รับการควบคุมด้วยเป็นต้น
โครงสร้างของหมายเลขเอกสาร มีดังนี้
1– 22 – 3333
- คือประเภทของเอกสารในระบบบริหารคุณภาพ(Q/ P / W / S / J / O)
- คือฝ่ายที่เป็นเจ้าภาพในการจัดทำเอกสาร (เช่น QM / PD / PS / SL เป็นต้น)
- คือการกำหนดงานย่อยและการลำดับที่ของเอกสารตามงานย่อย
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
7.5.2 การจัดทำและการปรับปรุง
การเปลี่ยนแปลงเอกสารและข้อมูลจะได้รับการทบทวนและอนุมัติโดยผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นตำแหน่งและหน่วยงานเดียวกับผู้ที่ทบทวนและอนุมัติเอกสารต้นฉบับในครั้งก่อนนอกเสียจากว่ามีการระบุไว้เป็นอย่างอื่นในกรณีที่เป็นเอกสารที่มีจำนวนหน้ามากเช่น คู่มือคุณภาพเอกสารบรรยายลักษณะงาน(J–HR–OJ01)หรือเอกสารระดับอื่นๆในระบบที่จัดทำขึ้นหากแก้ไขทั้งเล่มอาจทำให้สิ้นเปลืองเอกสารจำนวนมากก็สามารถแก้ไขเป็นบางหน้าหรือทั้งเล่มได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ QMRและผู้เป็นเจ้าของเอกสารเป็นผู้พิจารณาการแก้ไขเปลี่ยนแปลงและในทุกๆหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงมีการระบุฉบับที่ของการแก้ไข/ครั้งที่ของการแก้ไขและวันที่เริ่มมีผลบังคับใช้ซึ่งการแสดงสถานะของเอกสารจะกำหนดตัวเลขเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ 1/0,1/1,1/2,…ซึ่งจะออกใหม่ตามลำดับแทนที่ฉบับของเอกสารที่ถูกยกเลิก บุคคลที่มีอำนาจในการอนุมัติเอกสารจะต้องมีพื้นฐานความรู้และความเข้าใจในเอกสารที่ทำการอนุมัติ การเปลี่ยนแปลงเอกสารมีการระบุถึงรายละเอียดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปและจัดทำเป็นบันทึกการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
กรณีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วนซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างชัดเจนให้กำหนดเอกสารเป็นฉบับเดิมและเพิ่มหมายเลขการแก้ไขเอกสารเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่มีการขอแก้ไขเอกสารยกเว้นกรณีการแก้ไขเอกสารฉบับนั้นๆไปแล้ว3ครั้งในการแก้ไขครั้งต่อไป(ครั้งที่4)ต้องออกเป็นเอกสารฉบับใหม่เสมอ
กรณีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระสำคัญของเอกสารนั้นๆมีผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างชัดเจนให้กำหนดเอกสารเป็นฉบับใหม่ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนครั้งการแก้ไขเอกสาร
เอกสารอ้างอิง
P-QM-DC01 การควบคุมเอกสารและข้อมูล
7.5.3 การควบคุมเอกสารและข้อมูล
บริษัทฯมีการจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานในการควบคุมเอกสารและข้อมูลซึ่งมีผลกระทบกับระบบบริหารคุณภาพเอกสารและข้อมูลที่จัดทำถูกเก็บไว้ในรูปแบบของกระดาษโดยถือว่าเอกสารในรูปแบบกระดาษที่มีลายเซ็นเป็นต้นฉบับส่วนการแจกจ่ายทางบริษัทฯได้มีการจัดทำการแจกจ่ายสำเนาเป็นกระดาษ ตามที่ได้รับการอนุมัติได้
การควบคุมเอกสารและข้อมูลอาจเป็นเอกสารและข้อมูลที่จัดทำขึ้นภายในบริษัทฯหรือรับมาจากภายนอกบริษัทฯซึ่งได้รับการชี้บ่งและควบคุมการแจกจ่ายด้วยเช่น มาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง,รวมถึงกฎข้อบังคับต่างๆ ได้แก่ ISO9001:2015 มาตรฐานมอก.บันทึกต่างๆซึ่งเป็นเอกสารประเภทพิเศษเช่น สัญญา SPEC และข้อกำหนดของลูกค้า(ถ้ามี) และเอกสารภายนอกที่จำเป็นสำหรับการวางแผนและจัดการระบบบริหารคุณภาพเช่น MSDSคู่มือเครื่องจักรและอื่นๆ
4.2.2.3 การทบทวน อนุมัติและการแจกจ่ายเอกสารและข้อมูล
เอกสารและข้อมูลได้รับการทบทวนและอนุมัติอย่างเหมาะสมโดยบุคคลผู้มีอำนาจก่อนการแจกจ่ายต้องมีการจัดทำทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลการระบุถึงสถานะของการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดของเอกสารไว้ซึ่งสะดวกในการนำมาใช้ได้ทันทีเพื่อป้องกันการนำเอกสารที่ไม่ทันสมัยไปใช้งานโดยทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลของคู่มือคุณภาพขั้นตอนการปฏิบัติงาน วิธีการปฏิบัติงานและเอกสารสนับสนุนจะได้รับการจัดทำโดยพนักงานDCในหน่วยงานของผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ
การควบคุมเอกสารและข้อมูลได้มีการจัดทำขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่า
- เอกสารฉบับที่ถูกต้องและเหมาะสมต้องจัดให้มีอยู่ ณ จุดต่าง ๆ ซึ่งการปฏิบัติงานมีความจำเป็นและมีผลกระทบต่อการทำงานในระบบคุณภาพ
- เอกสารที่ยกเลิกหรือไม่ใช้งานแล้วให้นำออกจากจุดปฏิบัติงานทันที หรือไม่เช่นนั้นกำหนดให้ต้องมีระบบควบคุมเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถป้องกันการนำเอกสารเหล่านี้มาใช้โดยไม่ตั้งใจ โดยการชี้บ่งให้ชัดเจนตามความเหมาะสมของประเภทเอกสารเช่น การประทับตรายกเลิก หรือทำเครื่องหมายขีดฆ่าบนเอกสาร
ตัวอย่าง เอกสารที่ยกเลิกในการใช้งานแล้วแต่มีการจัดเก็บ เพื่อผลประโยชน์ทางกฎหมายหรือเพื่อความรู้และใช้อ้างอิง ต้องได้รับการระบุอย่างชัดเจนว่า ยกเลิก พร้อมระบุวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บไว้ และมีการจัดเก็บแยกออกจากเอกสารที่ใช้งานในปัจจุบัน
เอกสารและข้อมูลต่างๆซึ่งมีผลกระทบในระบบบริหารคุณภาพได้รับการแจกจ่ายในรูปแบบของ เอกสารควบคุมสำเนา หรือ เอกสารไม่ควบคุมสำเนา ผู้ที่ครอบครองเอกสารควบคุมสำเนาจะได้รับเอกสารฉบับที่ทันสมัยอยู่เสมอส่วนเอกสารไม่ควบคุมสำเนามีการแจกจ่ายโดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลให้ลูกค้าที่ร้องขอ/ผู้ตรวจประเมินภายนอก/บุคคลที่ได้รับทบทวนจากQMRและการอนุมัติจากGMเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขเอกสารฉบับที่ทันสมัยจะไม่นำไปเปลี่ยนให้กับผู้ถือครองเอกสารฉบับไม่ควบคุม ยกเว้นแต่จะได้มีการตกลงกันไว้ก่อนหน้า
ทะเบียนผู้ครอบครองเอกสารจะระบุรายชื่อตำแหน่งของผู้ครอบครองเอกสารแต่ละชนิดแต่ละประเภท (อ้างถึงทะเบียนควบคุมเอกสาร) ซึ่งจะถูกจัดเก็บโดยพนักงานDCซึ่งรับผิดชอบโดยผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ
บทที่ 8
การปฏิบัติงาน
8.1 การวางแผนและการควบคุมการปฏิบัติงาน
บริษัทฯได้ทำการวางแผนและการพัฒนากระบวนการที่จำเป็นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ในแผนการควบคุมคุณภาพซึ่งได้พิจารณาความสอดคล้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ตามความเหมาะสมของบริษัทในการประยุกต์ใช้
- วัตถุประสงค์ด้านคุณภาพและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์(Product Requirement) ข้อกำหนดของลูกค้า(CustomerRequirement) ข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพ(Quality Management Requirement) และ/หรือข้อกำหนดเฉพาะด้าน (Specified Requirement) เป็นต้น
- การกำหนดกระบวนการต่าง ๆ เพื่อการจัดทำเอกสารระบบบริหารคุณภาพที่เกี่ยวข้องพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็นสอดคล้องกับกระบวนการรวมถึงการจัดหาทรัพยากรที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์นั้นๆ
- การกำหนดให้มีวิธีการตรวจสอบและทดสอบ สำรวจติดตามตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและยอมรับได้
- บันทึกผลการดำเนินงานที่จำเป็นซึ่งจัดเป็นบันทึกคุณภาพ
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.2 การพิจารณาข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการ
8.2.1 การสื่อสารกับลูกค้า
บริษัทฯได้ให้แนวทางและจัดหาช่องทางในการติดต่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจและข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพตามศักยภาพซึ่งได้กำหนดและจัดทำเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าดังนี้
- ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
- การรับคำสั่งซื้อหรือ สัญญาข้อตกลง และการเปลี่ยนแปลงแก้ไขต่าง ๆ ที่มีไว้กับลูกค้า
- ข้อมูลป้อนกลับ และการสำรวจความคาดหวังและพึงพอใจ รวมถึงการรับคำร้องเรียนจากลูกค้า
- อื่น ๆ (ถ้ามีผลกระทบที่เกี่ยวข้อง)
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.2.2 การพิจารณาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทฯได้พิจารณาถึงความสำคัญดังกล่าวเพื่อให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องจึงได้คำนึงถึงความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เช่น
- การต้องการของลูกค้า
- คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์
- ข้อกำหนดทางกฏหมาย หรือกฏระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภํณฑ์
- ข้อกำหนดอื่นๆ ที่ทางบริษัทฯ ได้กำหนดไว้ในมาตรฐานการปฏิบัติงานในแต่ละขั้นตอน
8.2.3 การทบทวนข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการ
8.2.4 การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และบริการ
เมื่อบริษัทฯได้รับทราบความต้องการจากลูกค้าโดยผู้จัดการส่วนและ/หรือผู้จัดการฝ่ายขาย (ทั้งที่มีเอกสารและไม่มีเอกสาร)และทำการพิจารณาทบทวนความต้องการดังกล่าวก่อนที่จะยืนยันกับลูกค้า โดยการประสานงานกับผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของลูกค้านั้นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าความต้องการหรือข้อตกลงนั้นสามารถทำได้หรือในกรณีที่มีความต้องการแก้ไขไม่ว่าโดยลูกค้า หรือ ทางบริษัทฯเอง จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขความต้องการหรือข้อตกลงดังกล่าวโดยกำหนดให้มีการถ่ายทอดข้อตกลงที่ถูกต้องให้ผู้เกี่ยวข้องทราบอย่างชัดเจนถูกต้อง รวมถึงการแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวข้อง บันทึกผลการทบทวนและการดำเนินการที่เกิดจากการทบทวนจัดให้มีการจัดเก็บรักษาไว้ตามที่ระบุในขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อความเพียงพอต่อการสอบกลับได้ของข้อมูลตามข้อกำหนด 4.2.3 ด้วยเช่นกัน
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
หมายเหตุ:และอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามMasterList
8.3 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ
ไม่ประยุกต์ใช้ภายในข้อกำหนดตามาตรฐานฉบับนี้ในการขอการรับรองในปัจจุบัน ถ้ามีในอนาคต บริษัท ฯจะจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานกำหนดต่อไป
8.4 การควบคุมผู้ให้บริการภายนอกด้านกระบวนการผลิตภัณฑ์และการบริการ
8.4.1 ทั่วไป
บริษัทฯจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดซื้อวัตถุดิบอุปกรณ์ และวัสดุสิ้นเปลือง ที่มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตรวมถึงการจัดหาผู้ขายหรือผู้ให้บริการที่มีคุณภาพโดยมีการควบคุมคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการมีการจัดซื้อและจัดหาตรงตามความต้องการของบริษัทฯ และข้อกำหนด (อ้างถึงตาราง:การจัดหาหรือจัดจ้างSupplierของบริษัทฯ) โดยกำหนดให้มีการกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกและประเมินผู้ส่งมอบรายใหม่ ประเมินผลงานของผู้ส่งมอบรายปัจจุบันอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานการตอบสนองความต้องการของบริษัทฯและมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าสอดคล้องกับความต้องการหรือไม่
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.4.2 ชนิดและขอบเขตการควบคุม บริษัทฯจะมีการกำหนดหรือตกลงกันก่อนหากบริษัทฯมีความต้องการในการเข้าตรวจสอบ สถานประกอบการของผู้ขายหรือผู้ให้บริการ โดยบริษัทฯ จะระบุขั้นตอนและวิธีการในการตรวจสอบ หรือทวนสอบผลิตภัณฑ์ไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงานการจัดซื้อและการจัดจ้างรวมถึงเอกสารการจัดซื้อที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในเบื้องต้นบริษัท ฯมีนโยบายให้ผู้ขายสามารถให้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อมีการกำหนดไว้ในสัญญาลูกค้าหรือตัวแทนของลูกค้าที่ต้องการตรวจสอบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ณ สถานประกอบการของบริษัทฯ หรือสถานประกอบการของผู้ขาย จะมีการตกลงกันในเอกสารการสั่งซื้อ ซึ่งผลของการตรวจสอบหรือทวนสอบของลูกค้า หรือตัวแทนของลูกค้า บริษัทฯ จะไม่นำมาใช้เป็นข้ออ้างอิงหรือปฏิเสธความรับผิดชอบของบริษัทฯในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้ลูกค้า
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.4.3 ข่อมูลสำหรับผู้ให้บริการภายนอก
บริษัทฯกำหนดให้ผู้ขอซื้อจัดหาข้อมูลการสั่งซื้อที่กำหนดถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมถึงข้อกำหนดและความต้องการต่างๆให้ชัดเจนโดยข้อมูลดังกล่าวจัดทำโดยบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอต่อกระบวนการจัดซื้อและสามารถคัดสรรสินค้าและบริษัทที่สามารถผลิตสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการของบริษัทฯตรงตามข้อกำหนดทั้งทางด้านคุณภาพต่างๆ ที่องค์กรกำหนด
เอกสารการสั่งซื้อได้รับการทบทวนถึงความเหมาะสมและได้รับการอนุมัติโดยบุคคลที่มีอำนาจโดยผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อก่อนที่จะแจกจ่ายหรือส่งต่อให้ผู้ขายต่อไป
8.5 การผลิตและการบริการ 8.5.1 ควบคุมการผลิตและการบริการ
บริษัทฯได้มีการกำหนดและระบุถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิต มีการวางแผนการผลิตและการดำเนินการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้
- จัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานและวิธีการปฏิบัติงานตลอดจนเอกสารสนับสนุนการปฏิบัติงานต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการการผลิตซึ่งถ้าไม่มีการกำหนดไว้จะมีผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
- การใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตที่เหมาะสมตลอดจนดำเนินการภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม
- ปฏิบัติตามเอกสารหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติงาน วิธีปฏิบัติงาน แผนคุณภาพ และเอกสารสนับสนุนการปฏิบัติงานต่าง ๆ
- การติดตามและควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตตลอดจนควบคุมคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์
- มีการอนุมัติกระบวนการ และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยผู้มีอำนาจตามความเหมาะสม
- มีเกณฑ์ตัวอย่างหรือมาตรฐานในการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งอาจจัดทำเป็นเอกสารหรือจัดทำเป็นชิ้นงานตัวอย่าง เพื่อใช้ประกอบในการปฏิบัติงาน
- มีการบำรุงรักษาเครื่องจักร เชิงป้องกันและการซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์เมื่อเสียอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่า เครื่องจักร อุปกรณ์ในกระบวนการผลิตได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
- กระบวนการและความสัมพันธ์ของกระบวนการเฉพาะในขั้นตอนการผลิต บริษัทฯได้จัดไว้เป็นเอกสารสนับสนุนเรื่องกระบวนการผลิต เพื่อแสดงความสัมพันธ์และควบคุมขั้นตอนการผลิตของแต่ละหน่วยงานผลิตให้ถูกต้องตามลำดับและมีประสิทธิภาพสูงสุด
กรณีที่มีกระบวนการพิเศษในกระบวนการผลิตจะได้รับดำเนินการโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีการเฝ้าติดตามและควบคุมปัจจัยต่างๆ ในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ตรงตามข้อกำหนดที่ระบุไว้และมีการจัดทำและจัดเก็บบันทึกคุณภาพตามที่กำหนด
8.5.2 การชี้บ่งและการสอบกลับได้
บริษัทฯจัดทำและรักษาไว้ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับการชี้บ่งวิธีการในการชี้บ่งวัตถุดิบ อุปกรณ์ และวัสดุสิ้นเปลืองผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยใช้วิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม ตั้งแต่ขั้นตอนการรับ ที่มีผลกระทบต่อการผลิตๆภัณฑ์ ตามความต้องการของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ในระหว่างกระบวนการผลิตจนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ถึงการจัดส่งให้ลูกค้าเพื่อป้องกันการนำไปใช้งานอย่างไม่เหมาะสมและสามารถสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์ ในกรณีที่มีข้อกำหนดหรือความต้องการในการสอบกลับได้หรือมีการชี้บ่งเพิ่มเติมของแต่ละลูกค้า บริษัทฯจะจัดทำและรักษาไว้ซึ่งวิธีการชี้บ่งที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละผลิตภัณฑ์หรือแต่ละหน่วยของการผลิต เพื่อสนองความต้องการในการสอบกลับของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์โดยวิธีการในการสอบกลับระบุอยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติงานเดียวกัน
8.5.3 ทรัพย์สินที่เป็นของลูกค้าหรือผู้ให้บริการภายนอก
บริษัทฯได้จัดทำเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับการควบคุมการทวนสอบการจัดเก็บและรักษาผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบโดยลูกค้าโดยกำหนดให้ดำเนินการดังนี้
- ในการรับผลิตภัณฑ์จากลูกค้า ทำการตรวจสอบความถูกต้องก่อน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ
- การจัดเก็บผลิตภัณฑ์ของลูกค้า ให้จัดเก็บในสถานที่ที่เตรียมไว้ และอยู่ในสภาพที่ดี มีการจดบันทึกและสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
- ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากลูกค้าเกิดความเสียหายใช้งานไม่ได้ ให้มีการบันทึกและสื่อสารต่อให้พนง.ขายเพื่อแจ้งลูกค้า
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.5.4 การดูแลรักษา บริษัทฯจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานในการเคลื่อนย้ายการจัดเก็บ การบรรจุ การถนอมรักษาและการ ส่งมอบดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจ จึงกำหนดไว้ดังนี้
- การเคลื่อนย้าย
วัตถุดิบ/อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆได้รับการเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายหรือเสื่อมสภาพ โดยพนักงานที่ผ่านการอบรมและเครื่องมือที่เหมาะสมกับประเภทของสิ่งที่เคลื่อนย้าย
- การจัดเก็บ
วัตถุดิบ/อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆได้รับเข้ามาทำการจัดเก็บตามพื้นที่ที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเสียหายหรือเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่รอการใช้งานหรือรอการจัดส่งบริษัทฯ มีระบบในการอนุมัติตามขั้นตอนต่างๆตั้งแต่การรับเข้าจนถึงการจ่ายออกผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บอยู่ในคลังสินค้าสินค้าจะได้รับการทวนสอบตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด
- การบบจุและการถนอมรักษา
ผลิตภัณฑ์ได้รับการปกป้องโดยการถนอมรักษาตามข้อกำหนดและลักษณะของผลิตภัณฑ์และการใช้งานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าได้ดำเนินการตามข้อกำหนดและป้องกันผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมสภาพชำรุดเสียหายระหว่างการจัดเก็บและเคลื่อนย้าย การถนอมรักษานี้ได้รับการชี้บ่งที่ชัดเจนเพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดความสับสันต่อการปฏิบัติงาน
- การส่งมอบ
ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้ลูกค้าได้รับการดูแลเพื่อป้องกันการสูญหายการเสียหาย การเสื่อมสภาพ และส่งมอบตรงเวลาจะมีการปกป้องผลิตภัณฑ์ระหว่างการส่งมอบจนถึงปลายทางในกรณีที่ระบุไว้ในสัญญา
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
8.5.5 กิจกรรมหลังการส่งมอบ บริษัทฯมีกิจกรรมหลังการส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้าดังต่อไปนี้
- ข้อบังคับผูกพันตามกฏหมาย
สินค้าของบริษัทฯที่มีข้อบังคับผูกพันตามกฏหมายได้แก่กระจกนิรภัยเทมเปอร์สำหรับอาคาร(ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมอก.965)และกระจกนิรภัยหลายชั้น(ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมอก.1222)โดยบริษัทฯให้การรับรองคุณภาพสินค้าที่ส่งมอบจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรฐานได้รับการทดสอบและตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องและให้การรับประกันตามข้อกำหนดในมาตรฐานอุตสาหกรรม
2.ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา
หลังการส่งมอบผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้าแล้วบริษัทฯยังมีภาระผูกพันในการรับประกันคุณภาพของสินค้า โดยสินค้าบางรายการอาจมีการระบุเงื่อนไขการรับประกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่โดยธรรมชาติของธุรกิจกระจกการรับประกันบางเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณีดังนั้น หากไม่มีการระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรบริษัทฯอาจระบุการผูกพันรับประกันสินค้าแตกต่างตามแต่กรณีไปได้แต่ภายใต้เงื่อนไขของความถูกต้องเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นไปตามกฏหมาย
กรณีสินค้าที่ส่งมอบผิดจากเงื่อนไขไม่เป็นไปตามข้อตกลงบริษัทฯจะต้องรับเคลมสินค้าและทำการตรวจสอบปัญหาหาสาเหตุ กำหนดแนวทางแก้ไขและป้องกันโดยมีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องดังนี้
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
3. ผลตอบกลับจากลูกค้า
บริษัทฯมีกิจกรรมติดตามผลตอบกลับจากลูกค้าผ่านการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าตามขั้นตอนการสำรวจความคาดหวังและพึงพอใจของลูกค้า(P-SL-SV01)
8.5.6 การควบคุมการเปลี่ยนแปลง กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการต่างๆดังต่อไปนี้ต้องได้รับการควบคุม
1) การเปลี่ยนแปลงวัสดุหรือวัตถุดิบที่มีผลต่อคุณภาพสินค้า
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบเครื่องมือหรือวัสดุในกระบวนการที่มีผลต่อคุณภาพของสินค้า บริษัทฯกำหนดให้ใช้แบบฟอร์มขอทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อนำผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้ และระบุผลการทดสอบหากต้องการบรรจุเป็นวัสดุจะต้องได้รับการลงชื่ออนุมัติจากผู้จัดการทั่วไป
2) การเปลี่ยนแปลงกระบวนการ ขั้นตอน
บริษัทฯกำหนดให้พิจารณาการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการผลิตกระบวนการ หรือวิธีการ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพในการผลิตโดยมีระบบงานรองรับดังนี้
2.1 การออกเอกสารNCR ตามขั้นตอนปฏิบัติงานการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (P-PS-QN01) เป็นการนำปัญหาที่หน่วยงาน QCพบว่าควรต้องมีการแก้ไขป้องกันในแต่ละเดือน มาดำเนินการวิเคราะห์สาเหตุและสรุปแนวทางแก้ไขป้องกันจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบในกระบวนการหากต้องมีการเปลี่ยนแปลง กระบวนการเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ผู้จัดการฝ่ายและตัวแทนระบบบริหารคุณภาพจะเป็นผู้อนุมัติการเปลี่ยนแปลง ตามที่ระบุไว้ในเอกสาร
2.2 การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง(CIAP) เป็นการกำหนดActionPlan เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยผู้จัดการฝ่ายเป็นผู้จัดทำ เอกสารวางแผนและอนุมัติโดยตัวแทนระบบบริหารคุณภาพตามขั้นตอนการทบทวนของฝ่ายบริหาร (P-QM-MR01)
8.6 การตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทฯให้ความสำคัญกับการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์ที่มีความถูกต้องและสอดคล้องตามมาตรฐานก่อนจะส่งมอบไปยังลูกค้าจึงได้กำหนดให้วัตถุดิบผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตและผลิตภัณฑ์สำเร็จ จะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยระบุไว้ในเอกสารแผนควบคุมคุณภาพ QC Chart (S-PS-QC01)
ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้เร่งด่วนโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการฝ่ายก่อนส่งมอบผลิตภัณฑ์ โดยได้มีการระบุวิธีการไว้ในขั้นตอนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (P-PS-QF01)
8.7 การควบคุมผลิตภัณฑ์ ที่ไม่เป็นตามข้อกำหนด
บริษัทฯจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานในการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าบริษัทฯมีการป้องกันการนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้โดยไม่ตั้งใจ โดยมีการแสดงสถานะและชี้บ่งบันทึกเป็นเอกสารทำการพิจารณาประเมินและคัดแยกตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันการนำไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ จัดส่งให้ลูกค้า หรือนำไปปะปนกับผลิตภัณฑ์ที่ดี
อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการทบทวนและการทำลายผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดได้รับการระบุอยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดได้รับการทบทวนตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะดำเนินการโดยนำไปผ่านกระบวนการใหม่นำไปซ่อมแซม ทิ้ง ทำลาย หรือส่งคืนผู้ขาย
ในกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญาจะมีการแจ้งให้ลูกค้าหรือตัวแทนของลูกค้าทราบถึงผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยผ่านในกรณีพิเศษซึ่งไม่ตรงตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดที่ผ่านการยอมรับหรือนำไปซ่อมแซมจะได้รับการบันทึกไว้เพื่อแสดงสถานะที่แท้จริง
ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการซ่อมแซมและนำกลับไปทำใหม่จะได้รับการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่งตามที่ระบุไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
บทที่ 9
การประเมินสมรรถนะ
9.1 การติดตาม ตรวจวัด วิเคราะห์ และประเมิน
9.1.1 ทั่วไป
บริษัทฯมีการวางแผน และปฏิบัติในการตรวจติดตาม การวัดการวิเคราะห์และการพัฒนากระบวนการเพื่อแสดงถึงความเป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารคุณภาพมีการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ขอการรับรองและนโยบายของบริษัทฯรวมถึงการพัฒนาความมีประสิทธิผลของระบบบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
9.1.2 ความพึงพอใจลูกค้า
บริษัทฯได้กำหนดให้ CI TEAMรับผิดชอบในการตรวจติดตามความคาดหวังและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการโดยการจัดทำแบบสำรวจความคาดหวังและความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อศึกษาว่า บริษัทฯสามารถทำให้บรรลุได้ถึงความต้องการของลูกค้าซึ่งบริษัทฯ ได้มีการกำหนดวิธีในการประเมินผลและข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบคุณภาพต่อไป โดยผ่านความเห็นของฝ่ายบริหาร
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
9.1.3 การวิเคราะห์และประเมินผล
บริษัทฯได้กำหนดให้มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อศึกษาถึงความเหมาะสมและความมีประสิทธิผลของระบบบริหารคุณภาพและเพื่อศึกษาว่า ณ จุดใดในระบบที่ควรจะทำการปรับปรุงเพื่อการป้องกันข้อบกพร่องปัญหา หรือสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเกิดขึ้นซ้ำอีกโดยในแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์นี้จะได้จากการตรวจติดตาม หรือตรวจวัดกระบวนการในเรื่องต่างๆ เช่น
- ความพึงพอใจของลูกค้า
- ความเป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
- ลักษณะ และแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อกระบวนการ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
- ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่งมอบ
- อื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพ และได้มีการจัดทำไว้ใน เรื่องการวัดประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน หรือเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิผล
โดยบริษัทฯได้กำหนดการนำการวัดประสิทธิผลในการปฏิบัติงานมาใช้เพื่อช่วยในการควบคุม และทวนสอบกระบวนการทั้งนี้การนำการวัดประสิทธิผลในการปฏิบัติงานมาใช้ต้องผ่านการเห็นชอบจากผู้แทนฝ่ายบริหารและให้นำเสนอเป็นรายงานในการประชุมทบทวนของฝ่ายบริหารเพื่อหาแนวทางในการจัดทำแผนการปรับปรุง และพัฒนาระบบบริหารคุณภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
9.2 การตรวจติดตามภายใน
บริษัทฯจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับกิจกรรมการตรวจติดตามคุณภาพภายใน ผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพจัดทำเอกสารต่างๆและประสานงานในกิจกรรมการตรวจติดตามคุณภาพภายในของบริษัทฯโดยมีจุดประสงค์เพื่อประเมินความมีประสิทธิผลและความเหมาะสมของระบบบริหารคุณภาพความถี่ในการตรวจติดตามคุณภาพภายในกำหนดอย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง(แบบครบทุกพื้นที่และครบข้อกำหนด)หรือขึ้นอยู่กับสถานภาพและความสำคัญของกิจกรรมที่ได้รับการตรวจติดตาม อย่างไรก็ตามบริษัทฯกำหนดให้ดำเนินกิจกรรมการตรวจติดตามคุณภาพภายในตามระยะเวลาที่กำหนดในขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการตรวจติดตามคุณภาพภายใน
กิจกรรมในการตรวจติดตามและการบันทึกข้อมูลจะดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติงานเรื่องการตรวจติดตามคุณภาพภายในซึ่งดำเนินงานโดยบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมและไม่รับผิดชอบอยู่ในหน่วยงานที่ได้รับการตรวจติดตาม
ผู้จัดการฝ่ายในแต่ละพื้นที่มีหน้าที่ทบทวนผลการตรวจติดตามในหน่วยงานของตนและตกลงยอมรับปัญหาพร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขและป้องกันภายในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมีการติดตามผลเพื่อทวนสอบความถูกต้องของการดำเนินการแก้ไขสำหรับหน่วยงานที่ถูกตรวจพบปัญหาโดยผู้ตรวจประเมินภายในผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพมีหน้าที่ประสานงานในกิจกรรมการติดตามผลของการดำเนินการแก้ไขและจะต้องมีการบันทึกผลการดำเนินการและประสิทธิผลของการแก้ไข
ผลของการตรวจติดตามคุณภาพภายในนำเสนอเพื่อพิจารณาในการประชุมการทบทวนระบบบริหารคุณภาพตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
9.3 การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร 9.3.1 ทั้วไป
บริษัทฯจัดให้มีการประชุมเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานด้านคุณภาพของบริษัทฯ ตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยคณะกรรมการทบทวนระบบบริหารคุณภาพ(QMRC) ของบริษัทฯโดยในการทบทวนระบบบริหารคุณภาพนี้พนง.ควบคุมเอกสารและข้อมูลจะร่วมกับ QMRในการทำหนังสือเชิญประชุมและเตรียมข้อมูลเพื่อดำเนินการประชุมมีผู้จัดการทั่วไปเป็นประธานในการประชุมโดยวางแผนให้มีการประชุมทุกปี(อย่างน้อย6เดือน/ครั้ง)เพื่อทำการทบทวนความมีประสิทธิภาพและความเหมาะสมของระบบคุณภาพโดยผลการประชุมทบทวนจะมีการจดบันทึกเป็นเอกสารรายงานการประชุม และจะได้รับการจัดทำสำเนาและถูกแจกจ่ายไปยังระดับผู้บริหารภายในบริษัทฯ โดยต้นฉบับจะถูกจัดเก็บเป็นบันทึกคุณภาพโดยผู้แทนฝ่ายบริหารระบบคุณภาพ ผ่าน DC
คณะกรรมการทบทวนระบบบริหารคุณภาพ (QMRC) ประกอบด้วยผู้บริหารขององค์กร ในระดับผู้จัดการส่วนและผู้จัดการฝ่าย และในการทบทวนระบบบริหารคุณภาพแต่ละครั้ง ผู้จัดการทั่วไปและ QMR สามารถเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าร่วมประชุมด้วยได้ตามความเหมาะสม
9.3.2 ปัจจัยนำเข้าการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
ฝ่ายบริหารระดับสูงของบริษัทฯโดยผู้จัดการทั่วไปได้มอบหมายให้ผู้แทนฝ่ายบริหาร(QMR) จัดเตรียมข้อมูลและรายงานที่ต้องนำเข้าสู่การประชุมทบทวนของฝ่ายบริหารเพื่อเป็นวาระการประชุมดังนี้
- ผลของการตรวจประเมิน(ทั้งภายในและภายนอก)
- การตอบกลับจากลูกค้า (customer feedback) ได้แก่ผลการสำรวจความพึงพอใจและข้อร้องเรียนจากลูกค้า
- ประสิทธิผลของกระบวนการ (Process performance) / ความเป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ (Product conformity) และความไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ (Product non-conformity) สถานะของการปฏิบัติการแก้ไขและการป้องกัน ( corrective and preventive action)
- สถานะของการปฏิบัติการแก้ไขและการป้องกัน ( corrective and preventive action)
- การติดตามผลจากการประชุมทบทวนครั้งก่อน
- การแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพ
- คำเสนอแนะในการปรับปรุง
- อื่นๆ เช่น ปัญหาข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานอื่นที่มีผลกระทบต่อระบบบริหารคุณภาพต่างๆ เป็นต้น
9.3.3 ปัจจัยนำออกการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
ผู้จัดการทั่วไปได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงผลการทบทวน(Review output) ที่จะได้รับคือผลที่ได้จากการพิจารณาจะถูกระบุให้มีการนำไปปฏิบัติในประเด็นดังต่อไปนี้
- การปรับปรุงประสิทธิผลของระบบบริหารคุณภาพ(QMS) และกระบวนการต่างๆที่มีผลกระทบต่อคุณภาพ
- การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ เพื่อให้ให้เป็นไปตามความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า
- การสรรหาทรัพยากรที่จำเป็นให้เพียงพอ เป็นต้น
โดยผลลัพธ์จะถูกระบุไว้ในรายงานการทบทวนของฝ่ายบริหารและถูกติดตามประสิทธิผลของการดำเนินการในการประชุมทบทวนครั้งต่อไปยกเว้นมีการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้QMRแต่งตั้งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบผลลัพภ์และประสิทธิผลในการดำเนินการก่อนการทบทวนของฝ่ายบริหารครั้งต่อไปได้
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)
บทที่ 10
การปรับปรุง
10.1 ทั่วไป
บริษัทฯจัดทำและรักษาขั้นตอนการปฏิบัติงานในการดำเนินการปฏิบัติการแก้ไขและป้องกัน โดยผู้บริหารสูงสุดได้จัดตั้งนโยบายคุณภาพและใช้วัตถุประสงค์คุณภาพเป็นเกณฑ์ที่จะใช้ปรับปรุงประสิทธิผลของระบบบริหารคุณภาพ และได้นำข้อมูลที่เกี่ยวกับผลการตรวจติดตามและการวิเคราะห์ข้อมูลเช่นCAR,NCR และผลจากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นต้น โดย QMRเป็นผู้นำเสนอ
หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงเอกสารต่างๆที่เกิดจากกิจกรรมการแก้ไขและการป้องกันแล้วนั้น วิธีการที่เปลี่ยนแปลงได้รับการชี้แจงและ/หรือฝึกอบรมเพื่อนำไปปฏิบัติและจดบันทึกไว้ตามแนวทางที่เปลี่ยนแปลงไปโดยอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการแก้ไขได้รับการระบุไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน
บริษัทฯมีการกำหนดโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการในการปรับปรุงและพัฒนาที่จะมีการจัดทำในแต่ละปีหรือแบ่งเป็นสองโครงการในแต่ละปี โครงการอาจได้จากการประชุมทบทวนของฝ่ายบริหารหรือการกำหนดให้มีการประชุมเฉพาะกิจที่ตัวแทนในระบบบริหารคุณภาพ (QMR) จะเป็นผู้เรียกประชุมผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุมจะถูกนำมาสรุปเป็นแผนดำเนินการในการปรับปรุงและพัฒนา (CIAP) และฝ่ายระบบบริหารคุณภาพจะเป็นผู้ติดตามให้มีการดำเนินการตามที่วางแผนไว้ 10.2 สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและการปฏิบัติการแก้ไข
บริษัทฯได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อจำกัดสาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ เพื่อป้องกันการไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำการปฏิบัติการแก้ไขมีการดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อผลกระทบของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ถูกพบโดยได้พิจารณาถึงผลกระทบจากปัญหาอีกด้วย ขั้นตอนในกิจกรรมแก้ไขมีดังนี้
- มีการดำเนินการทบทวนอย่างเหมาะสมกับข้อร้องเรียนจากลูกค้าและรายงานผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- มีการระบุและสืบหาสาเหตุของความไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกิดกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการหรือระบบคุณภาพและมีการบันทึกผลการสืบหาสาเหตุที่แท้จริง
- ประเมินถึงความจำเป็นในการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดไม่เกิดขึ้นซ้ำ กำหนดวิธีการแก้ไขเพื่อกำจัดสาเหตุของความไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- ได้มีการจัดทำบันทึกผลที่ได้จากการดำเนินการแก้ไขสอดคล้องกับข้อกำหนด 4.2.4
- ดำเนินกิจกรรมการแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่ามีการนำวิธีการแก้ไขไปใช้และเกิดประสิทธิผล โดยทำการติดตามผลของการแก้ไขและหลังการแก้ไข
10.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯได้มีกระบวนการป้องกันเพื่อกำจัดสาเหตุของความไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้นได้(potentialnonconformites) เพื่อป้องกันการเกิด(occurrence)ซึ่งดำเนินการให้เหมาะสมกับผลกระทบของปัญหาที่อาจเกิดขึ้น(Potentialproblems) ของสิ่งที่มีโอกาสที่จะไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบคุณภาพ(potentialnonconformites) โดยได้ให้บุคลากรทุกคนในบริษัทฯ มีส่วนร่วม
ขั้นตอนในกิจกรรมการป้องกันมีดังนี้
- ระบุถึงความไม่เป็นไปตามข้อกำหนดซึ่งอาจเกิดขึ้นได้และสาเหตุ(Causes)
- ประเมินถึงความจำเป็นในการดำเนินการป้องกันการเกิดขึ้นของความไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- กำหนดและดำเนินการปฏิบัติที่จำเป็น เพื่อกิจกรรมการป้องกันให้เกิดประสิทธิผล
- บันทึกผลของการดำเนินการที่เกิดขึ้น ตามข้อกำหนด 4.2.4
- ทบทวนถึงการปฏิบัติการป้องกันที่ได้กระทำไป และมั่นใจว่าข้อมูลต่าง ๆ ในกิจกรรมการป้องกันได้นำมาพิจารณาในการประชุมการทบทวนระบบบริหารคุณภาพ
และอ้างอิงเอกสารต่างๆตามที่กำหนดไว้ในทะเบียนควบคุมเอกสารและข้อมูลMasterList (F-QM-DC04)