การพ่นสีกระจก:W-PD-GK01
ภายใต้ Procedure: (P-PD-PD01 : การควบคุมการผลิต)
วันที่อัพเดท: (05/09/2557)
จัดทำโดย: คุณณัฐพล แพทย์ไชโย / Natthaphol
อนุมัติโดย: คุณเสกสรร แตกเงิน / Seksan
ใครควรอ่านเอกสารฉบับนี้
หัวหน้าแผนกควบคุมการผลิต หัวหน้ากะ,หัวหน้าหน่วย พนักงานหน่วยงานพ่นสี,ตรวจสอบ
วิธีการทำงาน
เช็คแผนงานแต่ละวัน ในระบบ Fene Vision และให้ทางหัวหน้างานจัดลำดับความยากง่ายของงาน เพื่อให้สามารถผลิตได้ทันตามแผนในแต่ละวัน โดยวิธีการเช็คแผนงานมีทั้งหมดดังนี้ 1. เข้าในระบบ Fene Vision Tacking จากนั้นกด I ระบบจะแสดงแผนงานแต่ละวันมาให้ โดยสามารถเลือกได้ทั้ง PlanDate(แผนของวันนี้) และ Taget Ship Date(แผนวันส่งมอบ) 2. เข้าในระบบ Fene Vision จากนั้นเลือกProduction แล้วเลือก ICON Capacity Requirements ระบบจะแสดงแผนงานของแต่ละแผนกและวันเวลาขึ้นมา โดยเราสามารถกดดูที่แผนกPAINT และเลือกดูแผนตามวันที่ระบบเซ็ตไว้ให้ แล้วมาจัดแผนงานที่ต้องผลิต

พนักงานจะได้รับงานจากหัวหน้างานที่จัดลำดับงาน เพื่อให้งานได้ตามแผนการผลิตประจำวันพนักงานรับใบส่งมอบระหว่าง แผนกที่ส่งมอบงานและตรวจจำนวนการส่งมอบชิ้นงานให้ตรงตามใบส่งมอบ

ข้อกำหนด การสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัย PPE

พนักงานจะนำกระจกเข้าเครื่องล้างกระจก เพื่อทำความสะอาดคราบน้ำคราบนิ้วและ ฝุ่น กระจกที่พ่นสีจะต้องนำเข้าเครื่องล้างทุกแผ่น ยกเว้นแต่(งานที่มีบากและCNC ที่ไม่สามารถเข้าเครื่องล้างได้)

พนักงานที่รับผิดชอบ ต้องตรวจสอบดูเอกสารหรือใบสั่งผลิต และวัดขนาดให้ได้ตามใบสั่งผลิตที่ระบุ ตามรายการเอกสาร และระบุ ชื่อสีลงบนกระจก

พนักงานที่ทำการตรวจสอบคุณภาพอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบคราบน้ำ,ฝุ่นและรอยก่อน นำกระจกเข้าห้องพ่นสี

ข้อกำหนด การสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัย PPE (ห้องพ่นสี)

พนักงานพ่นสีจะต้องเดินตรวจสอบชิ้นงานและทำการเช็คสีเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง ว่างานพ่นสีอะไร เพื่อป้องกันการพ่นสีผิด

เมือตรวจสอบเสร็จแล้ว ทำการพ่นสี

ขั้นตอนการเช็คและทดสอบ ก่อนผลิตงานจริง
ชุดปรับปริมาณสี คลายออกสีจะออกมากขึ้น ขันเข้าสีจะออกน้อยโดยการกำหนดให้พนักงานปฎิบัติงานเหมือนกัน ให้มีวิธีการปรับออกของปริมาณสีอยู่ที่ 3 – 3.5 รอบ

ชุดปรับลม คลายออกปริมาณลมก็ออกมากหรือขันเข้าปริมาณลมก็ออกน้อยโดยการหมุนเข้าทางขวามือให้สุดแล้วจึงหมุนออกทางซ้ายมือที่เศษ1/4ของในหนึ่งรอบการปรับ

ชุดปรับความกว้างของม่านสีคลายออกม่านสีก็จะกว้างขึ้น ถ้าขันเข้าม่านสีก็จะแคบลง โดยกำหนดให้เป็นมาตราฐานให้หมุนออก 1 รอบ

ทดลองการออกของลมและสี มีความสม่ำเสมอของม่านสีที่จะพ่นสีลงบนชิ้นงาน โดยการยกหัวกาพ่นสีให้เป็นลักษณะแนวตั้งหรือแนวนอนก็ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน (รูที่บังคับม่านสีมีการอุดตันควรถอดหัวกานำมาทำความสะอาด)

การปรับแรงดันลมและสีได้แล้ว โดยการทดลองพ่นสีใส่ลงบนกระดาษรอบเร็วโดยให้สีเป็นการโปรยไปก่อนเพื่อให้สีที่พ่นเที่ยวแรกเกิดการแห้ง
1.เป็นรูปวงรี กาพ่นสีออกมาในสถาพใช้ได้ระยะห่างกันชิ้นงานถูกต้อง
2.เป็นรูปเลขแปด ตรงกลางเกิดแรงดันลมมมากเกินไป ให้ปรับแรงดันของลมลดลงอีกเล็กน้อย
3.เป็นรูปดอกบัว เกิดจากแรงดันลมต่ำโดยการให้เพิ่มแรงดันลมอีกเล็กน้อย
4.เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสียว สีที่ออกมาอาจมีเศษสีอุดตันโดยการถอดหัวกาพ่นสีนำออกมาทำความสะอาดด้วยทินเนอร์

เริ่มกดไกปืนพ่นสีห่างจากขอบชิ้นงานที่ ประมาณ 5-7ซ.ม และเดินการพ่นสีให้ตลอดแนวและตั้งฉากกับชิ้นงานจนเลยขอบชิ้นงานไปประมาณ5-7ซ.ม แล้วจึงปล่อยไกปืนพ่นสี

การพ่นสีทับเที่ยวคือการพ่นสี1/2หรือ การพ่นที่50%ให้ทับเข้าระหว่างครึ่งหนึ่งของเที่ยว(กาพ่นสีต้องตั้งฉากกับชิ้นงานเสมอ)และการเดินกาพ่นสีต้องเดินด้วยความเร็วให้เสมอกัน ไม่ควรเดินกาพ่นสีเร็วไปหรือช้าไปจะทำให้สีที่พ่นออกมาไม่สม่ำเสมอกัน

การพ่นสีเที่ยวแรกจะเป็นการพ่นสีโดยการทับเที่ยวและใช้ในการเดินรอบเร็วโดยให้สีเป็นการโปรยไปก่อนเพื่อให้สีที่พ่นเที่ยวแรกเกิดการแห้งโดยการทิ้งระยะไว้ประมาณ3-5นาทีก่อน

หลังจากการพ่นสีเที่ยวที่สองเสร็จและทิ้งระยะเวลาให้สีเซ้ตตัวแล้วจะพ่นสีรอบที่สามกับสี โดยการเดินรอบช้าสีที่พ่นออกมาจะฉ่ำและสม่ำเสมอ พ่นสีเสร็จครบทั้งหมด

การพ่นชิ้นงานควรพ่นขอบตามแนวก่อนเพือกันละอองสีจับเป็นเม็ดจากการพ่นในแนวนอน และควรหมุนหัวกาพ่นให้ได้ฉากกับชิ้นงานเพื่อชิ้นงานละอองสีเต็มขอบชิ้นงาน

การพ่นสีที่เป็นงานแนวตั้งจะต้องพ่นสีด้านล่างขึ้นบน ไม่ควรพ่นสีจากบนลงล่างก่อน เพราะจะทำให้ละอองสีที่พ่นด้านบนจะมาติดผิวกระจกก่อนลงล่างก่อน เพราะจะทำให้ละอองสีที่พ่นด้านบนจะมาติดผิวกระจกก่อน

การพ่นสีที่มีลักษณะชิ้นที่ใหญ่-ยาวจะมีการแบ่งเป็น 2-3 ช่วงในการพ่นสีโดยการพ่นสีที่ทับกัน ช่วงระยะการเดินกาพ่นสีเป็น 10-15 ซ.ม ช่วงที่พ่นสีเกยกันในช่วงที่ 1-2-3 ต้องเกยกัน 10-15 ซ.ม เพื่อการต่อระหว่างสีที่พ่นจะสม่ำเสมอกัน

การพ่นสีที่มีลักษณะชิ้นงานที่ขนาดใหญ่ จะทำเหมือนกับการพ่นสีชิ้นงานแผ่นเล็ก โดยการพ่นสีโปรยก่อนและทิ้งระยะในการพ่นสี3-5นาที เพื่อให้สีมีการแห้งตัวก่อนแล้วจึงพ่นสีทับรอบที่สอง ก่อนทำเหมือนกันทิ้งไว้3-5นาที ให้พ่นสีรอบที่ 3-4จนเสร็จ และทำการทิ้งไว้ 1-2ช.ม จึงนำออกมาอบ

พนักงานที่ผสมสีจะต้องคนสีตลอด ในเวลาปฎิบัติงาน โดยการใช้อุปกรณ์ปั้นสี ทุก 1ช.ม หรือ ถ้ามีการผสมสีจะต้องคนสีให้ทั่วก่อนตักมาผสมทีจะพ่นสีชิ้นงานทุกครั้ง

พนักงานพ่นสีจะนำกระจกขนาด 4*4 พ่นสีคู่กับชิ้นงานด้วยทุกครั้งเพื่อเก็บไว้เทียบสีกับชิ้นงานจริง

การพ่นสีสองชั้นหมายถึง การพ่นสีทับสีเป็นสีโทนโปร่ง เช่น สีเขียว สีแดง สีเหลือง โดยขึ้นอยู่กับงานและโทนว่าจะเป็นสี เทา หรือ สีขาวใช้ในทับเพราะสีที่จะต้องดูความเหมาะสมในการพ่นสีทับ ถ้ามีการพ่นสีที่โทนสว่างแล้วมีการพ่นสีเทาทับอาจทำให้โทนสีเปลี่ยนไปก็ขึ้นอยู่อ ลักษณะงาน หรือต้องการโทนสีที่สดและสว่างควรจะเป็นสี่ที่ทับหลังขาวในชนิดงานนั้น

การพ่นสีเทาทับโดยการพ่นสีด้านที่เป็นขอบหรือสันที่เจียโดยรอบชิ้นงานแล้วจึงทำการพ่นสีทับด้านบน

หลังจากการพ่นสีด้านขอบแล้วจะมาพ่นสีด้านบนโดยการพ่นสีในแนวตั้งด้านบนให้เต็มบนชิ้นงาน

การพ่นสีเทาทับหลังโดยการพ่นสีในลักษณะแนวนอนก่อนตามรูปที่เป็นลูกศร โดยจะพ่นสีทั้งหมดสองรอบแล้วทำการทิ้งระยะไว้ให้สีมีการแห้งตัว 1-2 ชั่งโมง ถึงจะไปทำการอบสี

การพ่นสีสามชั้นหมายถึง การพ่นสีทับสีเป็นสีโทนโปร่ง เช่น สีเขียว สีแดง สีเหลือง โดยขึ้นอยู่กับงานและโทนว่าจะเป็นสี เทา หรือ สีขาวใช้ในทับเพราะสีที่จะต้องดูความเหมาะสมในการพ่นสีทับ ถ้ามีการพ่นสีที่โทนสว่างแล้วมีการพ่นสีเทาทับอาจทำให้โทนสีเปลี่ยนไปก็ขึ้นอยู่อ ลักษณะงาน หรือต้องการโทนสีที่สดและสว่างควรจะเป็นสี่ที่ทับหลังขาวในชนิดงานนั้น

การพ่นสีชั้นที่หนึ่งเสร็จแล้วจะปล่อยทิ้งระยะให้สีมีการแห้งตัวก่อน 3-5นาที แล้วจึงทำการพ่นสีชั้นต่อไป

ขั้นพ่นสีทับชั้นที่สองคือการพ่นสีขาวทับสีชั้นที่หนึ่ง โดยการสีทับชั้นที่สองให้พ่นสีด้านขอบชิ้นงานก่อนแล้งจึงมาพ่นสีด้านหน้าโดยพ่นสีในแนวตั้งและแนวนอน พ่นสีทับจำนวนทั้งหมดสองรอบ โดยการให้พ่นสีทับเที่ยวให้ สม่ำเสมอและนำชิ้นงานทิ้งระยะ 1-2 ชั่วโมง ถึงจะนำชิ้นงานเข้าอบสีก่อนหนึ่งรอบ เพื่อให้สีชั้นที่หนึ่งกับสองแห้งตัวก่อน ที่ทับสีอีกชั้น

การพ่นสีเทาทับหลังโดยการพ่นสีในลักษณะแนวนอนก่อนตามรูปที่เป็นลูกศร

หลังจากการพ่นสีด้านขอบแล้วจะมาพ่นสีด้านบนโดยการพ่นสีในแนวตั้งด้านบนให้เต็มบนชิ้นงาน สม่ำเสมอและทำการปล่อยทิ้งระยะให้สีแห้ง 3-5นาที ถึงจะนำชิ้นงานเข้าอบสี

วิธีการพ่นสีที่ผิด โดยการปรับแรงดันลมแรงเกินทำให้สีฝุ้งกระจกมากกว่าที่สีจะไปยึดติดกับชิ้นงานและการปรับรอบเดินกาพ่นสีเร็วจึงสีมีความหนาบางไม่เท่ากันและการปรับปริมาณออกของสีมากเกินจึงทำให้การใช้ที่เพิ่ม

ขั้นตอนการอบสี
เมื่อพ่นสีเสร็จ พนักงานจะยกถาดที่พ่นสีเสร็จแล้วออกจากห้องพ่นสี จากนั้นนำไปไว้ในห้องอบสี แล้วเปิดเครื่องอบสีไว้ที่อุณภูมิ 80-100 องศา โดยการอบสีจะอบทิ้งไว้ (1-2 ช.ม)ต่อครั้ง

หลังจากการพักชิ้นงานที่ห้องอบเล็กได้ 1-2 ช.ม แล้ว พนักงานนำชิ้นงานออกจากห้องนำมาอบสีที่ เครื่องอบใหญ่ที่มีอุณภูมิ 250 องศา เพื่อให้ชิ้นงานที่พ่นสีมีความแห้งสนิท
พนักงานพ่นสีที่อบสีชิ้นงานจะตรวจสอบการแห้งของสี โดยการตรวจสอบตามตำแหน่ง 5 จุด โดยการใช้เล็บกดลงบนด้านที่พ่นสี แล้วสังเกตุดูว่าเป็นรูปเล็บหรือไม่ ถ้ามองเห็นเป็นรูปเล็บ ให้นำกระจกอบสีอีกหนึ่งรอบ

หลังจากการตรวจสอบสีแห้งสนิดแล้ง พนักงานยกชิ้นงานลงจากเครื่องอบแล้วจัดตามลำดับชิ้นงานและรองกระดาษ เพื่อป้องกันไม่เกิดรอย

พนักงานพ่นสีต้องส่งมอบงานชิ้นงานพร้อม กระจกตัวอย่าง100*100 ทีพ่นสีกับงานต้องส่งมอบพร้อมงาน แล้วพนักงานตรวจสอบสีต้องตรวจนับชิ้นงานที่ส่งให้ตามใบส่งมอบ

ก่อนการปฎิบัติงานต้องมีการสวมใส่อุปกรณ์ในการพ่นสีทุกครั้ง
1.ชุดพ่นสี
2.ถุงมือยางสีดำหรือถุงมือแพทย์
3.หมวกแก๊ป
4.หน้ากากพ่นสี
5.รองเท้าบู๊ท

ชุดหน้ากากพ่นสี
1.ตัวหน้ากาก
2.ตลับกรอง
3.แผ่นกรอง
4.ฝาครอบแผ่นกรอง
5.สายปรับ

ชุดพ่นสีการสวมใส่ต้องใส่ชุดพ่นให้มิดชิดเพื่อป้องกันละอองสีสัมผัสโดยผิวหนังโดยตรง

หมวกแก๊ปสวมใส่ในขณะพ่นสี และรองเท้าสวมใส่ในขณะมีการพ่นสี

ถุงยางดำสวมในการพ่นสีหรือการทำความสะอาดอุปกรณ์ และถุงมืออนามัยสวมใส่ในขณะพ่นสีหรือการผสมสี

. . .
การขอสำเนาเอกสาร
ผู้จัดการฝ่าย “ประวัติการขอสำเนา”