การปฎิบัติงานรักษาความปลอดภัยภายในบริษัท: S-AM-SF01
วันที่อัพเดท: (22/06/2563)
จัดทำโดย: นายกฤษฎา อุ่นคำ kijsada
อนุมัติโดย:น.ส.จันทร์สุนีย์ แสงอยู่ / Junsunee Saengyoo
ใครควรอ่านเอกสารฉบับนี้
พนักงานรักษาความปลอดภัย และผู้ที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์ของระบบงานนี้
เพื่อให้การปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่บริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบบุคคล/ ยานพาหนะเข้า-ออกได้อย่างถ้วนถี่ และเพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินของบริษัทฯจะไม่มีการนำออกโดยพนักงาน ผู้มาติดต่อ บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งการตรวจสอบพื้นที่เพื่อการป้องกันภัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นภายในบริษัทฯ
ขอบเขต การรักษาความปลอดภัยจากบุคคลภายนอก การตรวจสอบพนักงานบุคคล ยานพาหนะเข้า-ออก ตรวจสอบการนำทรัพย์สินเข้า-ออก ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณบริษัทฯ รายงานเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ไม่รวมความปลอดภัยในการทำงานภายในไลน์การผลิต การทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานโรงงานของพนักงานทั่วไป
หน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน้าที่โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ไม่ให้ได้รับความเสียหาย รวมทั้งการป้องกันอัคคีภัย ผู้บุกรุกเข้าไปในเขตหวงห้าม ป้องกันการโจรกรรมและอาชญากรรม การสูญเสียอื่นๆ ตลอดจนความเสียหายต่างๆ ในอันที่จะทำให้ผู้ว่าจ้างต้องสูญเสียผลประโยชน์ไป ทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ว่าจ้างและเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างตามสมควร ตามความเหมาะสม
หน้าที่ความรับผิดชอบโดยทั่วไปและระเบียบข้อบังคับ 1. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในจุดหรือบริเวณที่กำหนดให้ 2. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะละทิ้งหน้าที่ไปก่อนที่จะมีผู้มาเข้ารับเวรต่อเนื่องไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะมีผู้ที่มารับเวรก่อน จึงจะออกไปจากสถานที่ได้ 3. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องมาถึงจุดที่ทำงานก่อนเวลาทำงาน (อย่างน้อย 15 นาที) เพื่อรับมอบงาน 4. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา และผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง กำหนดเท่านั้น 5. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้ามหลับ งีบหลับ แอบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด 6. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตื่นตัว รวดเร็ว และพร้อมที่จะเผชิญกับ เหตุการณ์ทุกรูปแบบ 7. ขณะปฏิบัติหน้าที่จะต้องแต่งเครื่องแบบให้เรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบเสมอ 8. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องไม่เสพสุราหรือของมึนเมาในขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือก่อนเข้ารับหน้าที่ 9. ห้ามยืนหรือสูบบุหรี่โดยเปิดเผยในขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณที่มีวัตถุไวไฟโดยเด็ดขาด 10. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปิดประตู/ไม้กั้นทางเข้า-ออก ตลอดเวลา 11. ห้ามมิให้ละเลยการตรวจค้น/ตรวจสอบสำหรับจุดที่มีการตรวจค้น 12. ห้ามละเลยหรือหลีกเลี่ยงงานที่รับผิดชอบ 13. ห้ามจับกลุ่มคุยกันในเวลาทำงาน 14. ห้ามทำความรู้จัก สนิทสนม เอื้อประโยชน์ต่างๆ ให้กับพนักงานหรือบุคคลภายนอก 15. ห้ามขัดคำสั่งอันชอบของผู้ว่าจ้าง 16. ห้ามเล่นการพนันในสถานที่ทำงานทั้งในขณะปฏิบัติหน้าที่หรือนอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ 17. ห้ามอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ ในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สนใจ ไม่สังเกตบุคคล/ยานพาหนะเข้าออก 18. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเขียนรายงานประจำวัน ลงบันทึกต่างๆที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้และส่งให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบทุกวัน 19. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(กะกลางคืน) จะต้องเดินตรวจพื้นที่โดยรอบทุก 1 ชม.พร้อมทั้งสแกนมอสเพื่อเป็นการยืนยันการเข้าตรวจพื้นที่ทุกจุด
การเฝ้าดูแลสถานที่
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังอยู่ ตลอดเวลา ห้ามมิให้บุคคลภายนอกซึ่งมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องไปในบริเวณสถานที่ผู้ว่าจ้าง หรือผ่านเข้าไปในเขตหวงห้าม เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างเสียก่อนหากสงสัยไม่สามารถตัดสินใจได้ให้สอบถามจากทางผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างเสียก่อนจะอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ การรายงานเหตุการณ์
1. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องรายงานเหตุการณ์ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญ(รายงานประจำวัน) รายงานลูกค้า-ผู้มา ติดต่อ รายงานการตรวจสอบรถที่จอดภายในบริษัทฯ(กลางคืน) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องเขียนรายงาน
2. เหตุการณ์ (ตามแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์) ไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งรายงานประจำ วันให้ตัวแทนนายจ้างตัวสอบในเช้าวันถัดไป
3. การรายงานเหตุการณ์สำคัญ ฉุกเฉิน เหตุร้าย หากเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งและมีผลกระทบถึงบริษัทฯ จะต้อง แจ้งให้ผู้ว่าจ้าง ตัวแทนผู้ว่าจ้าง หรือบริษัทฯ ทราบโดยเร็ว เช่น ทางโทรศัพท์ ทางวิทยุสื่อสาร ฯลฯ
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน –ตรวจสอบบุคคลภายนอก/ยานพาหนะผู้มาติดต่อ 1. ถามชื่อผู้มาติดต่อ บริษัทผู้มาติดต่อ บุคคลคลที่ต้องการเข้าพบ เรื่องที่ต้องการติดต่อ 2. ขอดูบัตรประชาชน,ใบขับขี่,บัตรข้าราชการหรือบัตรอื่น ๆ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ในการแสดงตนได้ แล้วบันทึกในใบอนุญาตผู้มาติดต่อ พร้อมแลกบัตรของผู้มาติดต่อกับบัตร VISITOR ให้ผู้มาติดต่อนำเข้ามาทุกครั้ง 3. ตรวจสอบสิ่งผิดปกติที่บุคคลภายนอกนำเข้ามาทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยให้รายงานผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างก่อนอนุญาตให้ผ่านเข้ามา 4. หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จแล้วจะต้องแจ้งให้ผู้ที่ถูกระบุว่าต้องการเข้าพบหรือแผนกบริหารทั่วไปทราบเสียก่อน หากอนุญาตให้เข้าพบได้จึงจะอนุญาตให้เข้าไปได้ 5. ลงบันทึกในสมุดบุคคลผู้มาติดต่อให้เรียบร้อย 6. เมื่อผู้มาติดต่อเสร็จธุระแล้วกลับออกไป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องตรวจสอบใบอนุญาตผู้มาติดต่อว่ามีลายเซ็นของผู้ที่เข้าพบหรือไม่ หากไม่มีให้สอบถามผู้ที่เข้ารับการติดต่อเพื่อยืนยันการเข้าพบเรียบร้อย 7. ตรวจสอบภายในยานพาหนะว่ามีการนำทรัพย์สินออกไปด้วยหรือไม่ถ้ามีจะต้องมีเอกสารใบอนุญาตนำสิ่งของ/ทรัพย์สิน แนบไปด้วยทุกครั้ง หากไม่มีให้แจ้งผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างให้ทราบทุกครั้ง ห้ามปล่อยออกไปโดยเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง 8. เมื่อตรวจสอบเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ให้แลกบัตร VISITOR คืนให้ผู้มาติดต่อทุกครั้ง พร้อมลงบันทึกเวลาออกในสมุดบันทึกผู้มาติดต่อให้เรียบร้อย
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน–ตรวจสอบการเข้า-ออกพนักงาน/ยานพาหนะพนักงาน 1. ตรวจตราความเรียบร้อยของพนักงานก่อนเข้าพื้นที่ เช่นการแต่งกาย การนำสิ่งของผิดกฎหมาย หรืออันตรายเข้าพื้นที่โรงงาน การขับขี่ยานพาหนะอย่างระมัดระวังและถูกต้องตามระเบียบกำหนดไว้ 2. ตรวจตราการนำสิ่งของ หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ ออกจากพื้นที่โรงงานหลังพนักงานเลิกงาน หากมีการนำทรัพย์สินต่างๆออกจะต้องมีใบขออนุญาตนำสิ่งของออกพร้อมใบเสร็จ(กรณีซื้อออก) หากไม่มี ห้าม ให้นำออกโดยเด็ดขาด 3. ตรวจสอบการนำยานพาหนะเข้า-ออก การจอดยานพาหนะในที่จอดให้เรียบร้อย 4. ตรวจสอบการออกนอกบริเวณบริษัทฯในเวลาปฏิบัติงาน พนักงานที่ออกนอกพื้นที่ในขณะปฏิบัติงานจะต้องมีใบขออนุญาตออกนอกพื้นที่ มีการเซ็นอนุมัติจากผจก.ฝ่ายต้นสังกัดพนักงาน และเซ็นอนุมัติจากผจก.ฝ่ายบุคคลทุกครั้ง จึงให้ออกไปได้ หากไม่มีต้องแจ้งฝ่ายบุคคลทราบทันที
การปฏิบัติเกี่ยวกับมีผู้บุกรุก • ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทราบ หรือสงสัยว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในสถานที่ของผู้ว่าจ้าง จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็ว และแจ้งให้นายจ้างหรือตัวแทนนายจ้างทราบทันที อย่าให้ผู้บุกรุกรู้ตัว จะต้องเฝ้าดูไม่ให้ผู้บุกรุกคลาดสายตาและควรบันทึกรูปร่างลักษณะต่าง ๆ ของผู้บุกรุกไว้ด้วย เช่น เพศ ความสูง อายุ สีผิว ทรงผม ลักษณะใบหน้า หู ตา จมูก ปาก การแต่งกาย ท่าทางการเดิน สำเนียงการพูด • ถ้าผู้บุกรุกมียานพาหนะเข้ามาให้บันทึกชนิดของยานพาหนะ ทะเบียน ยี่ห้อ สี หรือ ตำหนิอื่นๆ ไว้ • แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ให้เข้ามาระงับเหตุ ดำเนินการตามกฎหมาย
การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุวางระเบิดและพบวัตถุต้องสงสัย
กรณีตรวจค้นหรือพบวัตถุต้องสงสัย (ไม่แน่ใจว่าเป็นระเบิดหรือไม่ ) 1. ทำการถามหาเจ้าของวัตถุต้องสงสัย รายงานให้นายจ้างหรือตัวแทนนายจ้าง ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ 2. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องทำการบันทึกประจำวัน (วัน/เวลา/สถานที่ ) ไว้เป็นหลักฐาน 3. ห้ามไม่ให้ผู้ใด เข้าไปในพื้นที่และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าสถานที่เกิดเหตุ 4. ถ้าขู่วางระเบิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบโดยทันที 5. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบโดยเร็ว
การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ 1. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องทำการระงับเพลิงในทันทีที่พบเห็นเพลิงไหม้ 2. ถ้าไม่สามารถระงับเพลิงได้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องแจ้งหัวหน้าหน่วยตามลำดับชั้นและนายจ้างหรือตัวแทนนายจ้าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน หรือ กดสัญญาณเตือนภัย (ถ้ามี) 3. จัดการจราจรกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถดับเพลิง หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในการปฏิบัติหน้าที่ 4. บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดเหตุ ไว้เป็นหลักฐาน

การขอสำเนาเอกสาร
ผู้จัดการฝ่าย “ประวัติการขอสำเนา”