การฝึกอบรม
วันที่อัพเดท: 18/04/63
จัดทำโดย: ชื่อ-สกุล / Jhundharuss Kantacha
อนุมัติโดย: ชื่อ-สกุล / คุณวิพร ตัณฑ์ไพโรจน์
ใครควรอ่านเอกสารฉบับนี้
ผู้บริหารทุกระดับ และพนักงาน
วัตถุประสงค์ของระบบงานนี้
1. เพื่อกาหนดเป็นแนวทางในขั้นตอนปฏิบตัิการฝึกอบรมพัฒนา ความรู้ทักษะ และทัศนคติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร 2.ใชเป็นฐานข้อมูลในแผนการพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (individual Development Plan) การวางแผนการเติบโตสายอาชีพในอนาคต (Career Path and Successions Planning) และการพัฒนาองค์กรในอนาคต
คำศัพท์เฉพาะที่ควรรู้จัก
- ความจําเป็นในการฝึกอบรม (Training Need) หมายถึง ทักษะและความร ู้ที่จาเป็นตองใช ้ ในการทำงานโดยตองจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานเพื่อใหได้ มาซึ่งความรู้ทักษะ และขีดความสามารถที่ต้องการ
- แผนการฝึกอบรมภายในประจําปี (Master Plan) หมายถึงแผนงานซ่ึงแสดงถึงการฝึกอบรมภายในที่จะถูกจัดขึ้นในปีนั้นๆ
- Job Description (JD) หมายถึงใบพรรณาลักษณะงาน โดยกำหนดหน้าที่งานและทักษะที่จำเป็นตองใช้ในงานตลอดจนการ ฝึกอบรมที่จาเป็น
- การอบรมภายใน (In house Training) หมายถึงการฝึกอบรมซ่ึ่งจัดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ี่บริษทฯ
- การอบรมภายนอก ( Public Training ) หมายถึงการฝึกอบรมที่จดขั ้ึนโดยหน่วยงานอื่น Communications Information System : CTDIS หมายถึงระบบสารสนเทศด้านการฝึกอบรม ซ่ึงเป็นแหล่งในการเก็บฐานข้อมูลด้านการฝึกอบรมของพนักงาน
ขั้นตอนการทำงาน
A. การกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมประจำปี
- พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ส่งแบบฟอร์มกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมประจำปี
- ผู้จัดการฝ่าย/ผู้จัดการส่วนที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดหลักสูตรที่จำเป็นในการฝึกอบรมพนักงานแต่ละตำแหน่งงานในสังกัดของตนเอง โดยพิจารณาจากทักษะการทำงานของพนักงานในปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน สิ่งที่คาดหวังหรือเป้าหมายขององค์กร
- ผู้จัดการฝ่ายที่เกี่ยวข้องกรอกรายละเอียดหลักสูตรตามความจำเป็นลงในแบบฟอร์มกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมประจำปี
- ผู้จัดการฝ่ายบุคคลรวบรวมเอกสารกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมประจำปีที่ได้รับจากทุกฝ่าย จัดทำเป็นแผนการฝึกอบรมภายในประจำปี
- เมื่อแผนการฝึกอบรมภายในประจำปีได้รับการอนุมัติจากผู้จัดการทั่วไปแล้ว ให้พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ จัดส่งสำเนาเอกสารให้กับผู้จัดการฝ่าย/ผู้จัดการส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบและดำเนินการตามแผนฝึกอบรมภายในที่จัดทำไว้ต่อไป
B. การจัดฝึกอบรมสำหรับการเริ่มงานใหม่ (Orientation Training)
1. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ประสานงานกับต้นสังกัดพนักงานที่เริ่มงานใหม่เพื่อนัดวัน เวลา สถานที่ ให้พนักงานใหม่เข้าอบรมตามรอบที่กำหนดไว้
2. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ประสานงานกับวิทยากรที่จะมาอบรมให้พนักงานในแต่ละหัวข้อเพื่อนัดวัน เวลาตามรอบที่กำหนดไว้
3. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการจัดอบรมให้พร้อม จัดทำเอกสารการลงทะเบียนการฝึกอบรมและประเมินผลการฝึกอบรมภายในบริษัท(F-CTD-TN05) เพื่อให้พนักงานที่เข้าอบรมลงชื่อก่อนเข้าอบรม และให้วิทยากรทำการประเมินผลพนักงานหลังจากเสร็จสิ้นการอบรม
4. จัดให้มีการอบรมตามวัน เวลาที่กำหนดไว้ เมื่ออบรมเสร็จแล้วให้พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ แจ้งผลการประเมินให้พนักงานและต้นสังกัดของพนักงานรับทราบ แล้วส่งรายละเอียดข้อมูลการอบรมให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพื่อเซ็นรับทราบการจัดอบรมและอนุมัติผลการอบรมในแต่ละครั้ง
5. ในกรณีที่พนักงานไม่ได้เข้าอบรมหรือไม่ผ่านการอบรมในรอบนั้น ให้แจ้งต้นสังกัดของพนักงานเพื่อพิจารณาส่่งพนักงานเข้าอบรมใหม่อีกครั้งในรอบถัดไป
6. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ บันทึกการฝึกอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้เป็นประวัติในแบบฟอร์มบันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล(F-CTD-TN06) ให้เรียบร้อย(สามารถพิมพ์เก็บแบบฟอร์มไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมได้)
B. การจัดฝึกอบรมสำหรับการเริ่มงานใหม่ (Orientation Training)
1. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ประสานงานกับต้นสังกัดพนักงานที่เริ่มงานใหม่เพื่อนัดวัน เวลา สถานที่ ให้พนักงานใหม่เข้าอบรมตามรอบที่กำหนดไว้
2. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ประสานงานกับวิทยากรที่จะมาอบรมให้พนักงานในแต่ละหัวข้อเพื่อนัดวัน เวลาตามรอบที่กำหนดไว้
3. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการจัดอบรมให้พร้อม จัดทำเอกสารการลงทะเบียนการฝึกอบรมและประเมินผลการฝึกอบรมภายในบริษัท(F-CTD-TN05) เพื่อให้พนักงานที่เข้าอบรมลงชื่อก่อนเข้าอบรม และให้วิทยากรทำการประเมินผลพนักงานหลังจากเสร็จสิ้นการอบรม
4. จัดให้มีการอบรมตามวัน เวลาที่กำหนดไว้ เมื่ออบรมเสร็จแล้วให้พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ แจ้งผลการประเมินให้พนักงานและต้นสังกัดของพนักงานรับทราบ แล้วส่งรายละเอียดข้อมูลการอบรมให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพื่อเซ็นรับทราบการจัดอบรมและอนุมัติผลการอบรมในแต่ละครั้ง
5. ในกรณีที่พนักงานไม่ได้เข้าอบรมหรือไม่ผ่านการอบรมในรอบนั้น ให้แจ้งต้นสังกัดของพนักงานเพื่อพิจารณาส่่งพนักงานเข้าอบรมใหม่อีกครั้งในรอบถัดไป
6. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ บันทึกการฝึกอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้เป็นประวัติในแบบฟอร์มบันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล(F-CTD-TN06) ให้เรียบร้อย(สามารถพิมพ์เก็บแบบฟอร์มไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมได้)
หลักเกณฑ์การประเมินผลการอบรมสำหรับการเริ่มงานใหม่ (Orientation Training)
· ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าอบรมเป็นระยะเวลามากกว่า 100% ขึ้นไปของระยะเวลาการอบรมทั้งหมดที่จัดอบรม ถือว่า "ผ่าน"
· ผ่านการทำแบบทดสอบ/แบบประเมินผลด้วยคะแนนที่กำหนดไว้ของหลักสูตร(ถ้ามี)
C. การจัดฝึกปฏิบัติงานไปพร้อมกับการทำงานจริง(On Job Training / OJT)
1. ผู้จัดการฝ่าย/ผช.ผจก.ฝ่ายต้นสังกัด ให้จัดเตรียมการจัดฝึกอบรม OJT ให้พนักงานใหม่ที่รับเข้ามาเริ่มงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่พนักงานต้องปฎิบัติงาน
2. ผู้จัดการฝ่าย/ผช.ผจก.ฝ่าย มอบหมายให้หัวหน้าแผนก/หัวหน้างานที่มีประสบการณ์ ความชำนาญและหน้าที่ดูแลบังคับบัญชาพนักงานโดยตรง เป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม OJT ให้พนักงานใหม่ตามหัวข้อที่กำหนดไว้
3. หัวหน้าแผนก/หัวหน้างานดำเนินการฝึกอบรม OJT ให้พนักงานพร้อมทั้งบันทึกหัวข้อการฝึกอบรมในใบบันทึกการฝึกอบรมในการปฎิบัติงานOJT(F-CTD-TN09) ตามเวลาที่กำหนดไว้(ให้แล้วเสร็จ 30 วันนับจากวันที่พนักงานใหม่เริ่มงาน) และทำการทดสอบ ทดลองปฎิิบัตรงานจริง ประเมินผลการอบรมส่งให้ผู้จัดการฝ่ายเป็นผู้อนุมัติผลการฝึกอบรม (หากพนักงานไม่ผ่านการทดสอบให้ทำการฝึกอบรมOJT ให้พนักงานใหม่จนกว่าจะผ่าน)
4. เมื่อจัดอบรม OJT พนักงานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งเอกสารบันทึกหัวข้อการฝึกอบรมในใบบันทึกการฝึกอบรมในการปฎิบัติงานOJT ให้พนักงานพัฒนาบุคลากรฯเพื่อบันทึกการฝึกอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้เป็นประวัติ
5. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ บันทึกการฝึกอบรมของพนักงานที่ผ่านการอบรม OJTไว้เป็นประวัติในแบบฟอร์มบันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล(F-CTD-TN06) ให้เรียบร้อย(สามารถพิมพ์เก็บแบบฟอร์มไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมได้)
D. การอบรมภายใน (In-House Training)
1. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ/ผจก.ฝ่ายบุคคล ติดต่อประสานงานกับวิทยากรที่กำหนดไว้ หรือองค์กร/หน่วยงานที่ให้บริการจัดฝึกอบรมในหลักสูตรที่กำหนดไว้ เพื่อจัดทำรายละเอียด กำหนดวัน เวลาในการจัดอบรม
2. แจ้งรายละเอียดหลักสูตร วันเวลาที่กำหนดอบรมไปยังผู้จัดการฝ่ายแต่ละสังกัดพนักงานเพื่อพิจารณาคัดเลือกพนักงานที่ต้องเข้าอบรมในหลักสูตรนั้นๆ
3. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ติดตามรายชื่อผู้เข้าอบรมเพื่อจัดทำแบบฟอร์มลงทะเบียนการฝึกอบรมและประเมินผลการฝึกอบรมภายในบริษัท(F-CTD-TN05) เพื่อให้พนักงานที่เข้าอบรมลงชื่อก่อนเข้าอบรม และให้วิทยากรทำการประเมินผลพนักงานหลังจากเสร็จสิ้นการอบรม
4. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ/ผจก.ฝ่ายบุคคลประสานงานกับวิทยากร หรือองค์กร/หน่วยงานที่ให้บริการจัดฝึกอบรมเพื่อเตรียมงานฝึกอบรม สถานที่ เอกสารและอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมในวันจัดอบรม
5. วิทยากร หรือองค์กร/หน่วยงานที่ให้บริการจัดฝึกอบรม ดำเนินการจัดฝึกอบรมตามกำหนดไว้ เมื่อเสร็จสินการอบรมให้ทำการประเมินผลการอบรมทุกครั้ง และส่งคืนเอกสารการประเมินผลคืนให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพื่อดำเนินการต่อไป
6. เมื่อได้รับเอกสารลงทะเบียนการฝึกอบรมและประเมินผลการฝึกอบรมภายในบริษัท(F-CTD-TN05) จากวิทยากร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลตรวจสอบความถูกต้องและลงชื่อผู้อนุมัติ แล้วส่งเอกสารให้พนักงานพัฒนาบุคลากรฯบันทึกการอบรม
7. กรณีมีผู้อบรมไม่ผ่านการอบรมให้แจ้งผู้จัดการฝ่ายต้นสังกัดของพนักงานรับทราบเพื่อส่งพนักงานเข้าอบรมในครั้งต่อไป หรือจัดอบรมให้พนักงานเพิ่มเติมอีกครั้ง
8. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ บันทึกการฝึกอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้เป็นประวัติในแบบฟอร์มบันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล(F-CTD-TN06) ให้เรียบร้อย(สามารถพิมพ์เก็บแบบฟอร์มไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมได้)
หลักเกณฑ์การประเมินผลการอบรมภายใน(In-House Training)
· ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าอบรมเป็นระยะเวลามากกว่า 75% ขึ้นไปของระยะเวลาการอบรมทั้งหมดที่จัดอบรม ถือว่า "ผ่าน"
· ผ่านการทำแบบทดสอบ/แบบประเมินผลด้วยคะแนนที่กำหนดไว้ของหลักสูตร(ถ้ามี)
E. การอบรมภายนอก (Public Training)
1. ผู้จัดารฝ่ายสื่อสารองค์กร พัฒนาทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไปรวบรวมหลักสูตรที่ได้รับจากสถาบัน หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่ให้บริการจัดฝึกอบรม พิจารณาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความจำเป็นในการาฝึกและแผนงานการฝึกอบรมที่กำหนดไว้ จัดทำสรุปเพื่อส่งรายละเอียดโปรแกรมการฝึกอบรมภายนอกบริษัท(F-CTD-TN03) ส่งให้ผู้จัดการส่วน/ผู้จัดการฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา
2. ผู้จัดการส่วน/ผู้จัดการฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักสูตรที่ได้รับว่าเหมาะสมหรือไม่ พร้อมทั้งคัดเลือกพนักงานที่มีคุณสมบัติหรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของหลักสูตรนั้นๆเพื่อส่งเข้าอบรม
3. พนักงานที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าอบรมกรอกแบบฟอร์มการฝึกอบรมนอกบริษัท(F-CTD-TN07) ส่งให้ผู้จัดการส่วน/ผู้จัดการฝายเพื่ออนุมัติ แล้วส่งเอกสารให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคล/พนักงานพัฒนาบุคลากรฯดำเนินการต่อไป
4. ผู้จัดการฝ่ายบุคคล/พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารขอฝึกอบรมภายนอกบริษัท เพื่อยืนยันการเข้าอบรมให้ถูกต้องตรงกัน
5. หลังจากพนักงานเข้าอบรมในหลักสูตรนั้นๆเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้จัดการส่วน/ผู้จัดการฝ่ายต้นสังกัดของพนักงานประเมินผลการอบรมของพนักงานในแบบฟอร์มการประเมินการฝึกอบรมภายนอกบริษัท(F-CTD-TN08) ส่งให้ฝ่ายบุคคล
6. พนักงานพัฒนาบุคลากรฯ ติดตามผลการฝึกอบรมภายนอกเมื่อพนักงานอบรมแล้วเสร็จ เพื่อบันทึกการฝึกอบรมของพนักงานแต่ละคนไว้เป็นประวัติในแบบฟอร์มบันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล(F-CTD-TN06) ให้เรียบร้อย(สามารถพิมพ์เก็บแบบฟอร์มไว้ในคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมได้)
หลักเกณฑ์การประเมินผลการอบรมภายนอก (PublicTraining)
· ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าอบรมตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละหลักสูตรและรายงานที่พนักงานทำขึ้นหลังจากจบการอบรม ถือว่า "ผ่าน"
· ผ่านการทำแบบทดสอบ/แบบประเมินผลด้วยคะแนนที่กำหนดไว้ของหลักสูตร
· ได้รับใบรับรองผลการฝึกอบรมที่ออกให้โดยสถาบัน หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่ให้บริการจัดฝึกอบรมนั้นๆ
แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
รหัส: ชื่อฟอร์ม (พิมพ์ตรงนี้ แล้วเลือกปุ่มใส่ลิงค์ด้วย)
F-CTD-TN01: แบบฟอร์มกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรมประจำปี
· F-CTD-TN02: แผนการฝึกอบรมภายในประจำปี
· F-CTD-TN03: โปรแกรมการฝึกอบรมภายนอกบริษัท
· F-CTD-TN05: แบบฟอร์มการลงทะเบียนและประเมินผลผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมภายในบริษัท
· F-CTD-TN06: บันทึกการฝึกอบรมของแต่ละบุคคล
· F-CTD-TN07: แบบฟอร์มการฝึกอบรมภายนอกบริษัท
· F-CTD-TN08: แบบฟอร์มการประเมินผลการฝึกอบรมภ่ยนอกบริษัท
· F-CTD-TN09: ใบบันทึกการฝึปอบรมในการปฏิบัติงาน(OJT)และการประเมินผล
· F-CTD-TN10): ทะเบียนรายชื่อวิทยากรภายใน